าประคองไปจนถึงหนึ่งนาทีโดยไม่แพ้ ก็จะถือว่าเจ้าชนะ เป็นอย่างไร”“ขอบคุณท่านมาก!”หลินมู่อวี่หันหลังกลับทันที เขาชักกระบี่เหลียวหยวนจากถุงย่ามของตัวเองที่วางอยู่ข้างเสาออกมา ทำเอาเจิ้งซานเหอตกตะลึง “โอ้ นี่คือ…อาวุธวิญญาณหรือ”“ขอรับ หากท่านรู้สึกเสียใจ เช่นนั้นข้าก็จะไม่ใช้”“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ…” เขาหัวเราะครืนใหญ่ “เจ้าเห็นข้าเจิ้งซานเหอเป็นคนแบบไหนกัน เชิญเข้ามาได้เลย!”“ย้าก!”สิ้นเสียงตะโกน วิญญาณยุทธ์ของเจิ้งซานเหอก็เริ่มเคลื่อนไหว กระดองเต่าทมิฬวนอยู่รอบตัว ส่วนหัวของเต่าทมิฬนั้นโผล่ขึ้นมาบนไหล่ของเขา ร่างของเขาทรงพลังดั่งขุนเขาที่ไม่สั่นคลอน บนโล่มีประกายของปราณยุทธ์ ดาบเล่มโตถูกชูขึ้น ทันใดนั้นดาบที่มีปราณยุทธ์ก็ฟันฉับไปทางหลินมู่อวี่“เปรี้ยง!”ยังคงเป็นการป้องกันสี่ชั้นของกำแพงน้ำเต้า หลินมู่อวี่ใช้พลังเพียงหกส่วน คาดไม่ถึงว่าจะเท่านี้ก็ต้านทานการโจมตีของเจิ้งซานเหอได้แล้ว เขารีบใช้ฝีเท้าดาวตกเคลื่อนตัวไปยังด้านข้างของเจิ้งซานเหอ ยกกระบี่เหลียวหยวนขึ้นและใช้พิฆาตอสนีบาต!“เคร้ง!”เกิดประกายไฟขึ้นบนโล่เหล็ก คาดไม่ถึงว่าจะเกิดรอยกระบี่เป็นทางยาวอย่างน้อยหลายเซนติเมตรบนโล่ เจิ้งซานเหออดตะลึงมิได้ พลางคิดในใจว่านี่มันกระบี่อะไรกัน ถึงได้คมเช่นนี้!แต่กระนั้นก็เห็นได้ชัดว่า การโจมตีของหลินมู่อวี่ไม่สามารถทำลายการป้องกันได้ อีกอย่างการป้องกันของเจิ้งซานเหอนั้นไร้ซึ่งช่องโหว่ง ไม่ว่าเขาจะเข้าโจมต