สมาพันธ์โอสถพร้อมกับอาเหยาด้วยหรือไม่”“ไม่ขอรับ”หลินมู่อวี่ส่ายหน้าแล้วพูด “พี่เฟิง ถ้าไม่เป็นการรบกวน ได้โปรดเขียนจดหมายแนะนำให้ข้าด้วย ข้าอยากเข้าวิหารศักดิ์สิทธิ์ไปฝึกยุทธ์”“หืม เจ้าอยากจะเข้าวิหารศักดิ์สิทธิ์?”“ใช่ขอรับ”“ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้” เฟิงจี้สิงพูดเสียงเบา “เพียงแต่วิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นสถานที่ๆ พละกำลังเป็นใหญ่ ในนั้นมียอดฝีมือขอบเขตนภาอยู่ไม่ใช่น้อย ข้ากังวลว่าเจ้าเข้าวิหารศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วจะมีคนมารังแก”“ไม่เป็นไร ข้าสามารถแข็งแกร่งขึ้นแล้วรังแกพวกนั้นคืนได้!”“ตกลง!”เฟิงจี้สิงเขียนจดหมายสองฉบับ ณ ตรงนั้น ฉบับหนึ่งเพื่อจัดการให้หลินมู่อวี่เข้าวิหารศักดิ์สิทธิ์ และอีกฉบับหนึ่งเพื่อจัดการให้ฉู่เหยาเข้าสมาพันธ์โอสถ ทั้งสองคนเพิ่งเข้าเมืองหลันเยี่ยนมาพอดี ยังไม่มีแม้แต่ที่จะพักอาศัย เข้าวิหารศักดิ์สิทธิ์และสมาพันธ์โอสถจะได้มีที่อยู่ และเพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจของผู้คน หลินมู่อวี่จึงใช้ชื่อว่า “หลินจื้อ” เฟิงจี้สิงไม่ได้รู้เลยว่านี่ก็คือชื่อที่แท้จริงของเขา……กลางดึก เสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นผ่านถนนในเมืองหลวงยามค่ำคืน บนหลังม้าศึก ชายหนุ่มสวมชุดทำศึกสีขาวกำบังเหียนไว้แน่น สายตาเย็นชา ตะบึงไปทางสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ท่ามกลางความมืด ใต้แสงจากคบไฟ ป้ายศิลาขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าสิ่งปลูกสร้างแห่งนี้สลักอักษรไว้ว่า—สมาพันธ์นกกระจอกเพลิงทหารระดับสูงอายุยังน้อยผู้นี้พลิกตัวลงจากม้า แล