สายลมอ่อนๆ พัดใบไม้บนยอดต้นไม้ให้ปลิวไหว เฟิงจี้สิงในชุดยาวสีขาวกำลังควบม้าตะบึงไป ด้านหลังมีทหารม้ารักษาพระองค์กลุ่มหนึ่งติดตามมาด้วย ดาบในมือปรากฏเงาปราณยุทธ์จางๆ แม้ว่าความเร็วของม้าศึกนั้นจะรวดเร็วมาก แต่เสียงฝีเท้าม้ากลับไม่รุนแรง หากพูดถึงเรื่องทักษะขี่ม้าแล้ว เฟิงจี้สิงสามารถทำได้ถึงขั้นที่คนและม้ารวมเป็นหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดแห่งเมืองหลวงกลางป่าลึก ต้นไม้ใหญ่อายุกว่าพันปีมีใบไม้ปกคลุม ใต้ต้นไม้ ฉินอินองค์หญิงแห่งจักรวรรดิกำลังจูงบังเหียนม้า มุ่ยปากเตะก้อนหินบนพื้น ด้านข้างมีองครักษ์สองสามนายสีหน้าไม่สู้ดี หลังจากคลาดกับเจ้ามังกรกลดตัวนั้น องค์หญิงจึงกำลังกริ้วอยู่ ไม่มีใครกล้าเข้าไปทำให้นางไม่พอใจในเวลานี้เฟิงจี้สิงลงจากม้า คุกเข่าข้างหนึ่งลงคำนับ “องค์หญิง กระหม่อมกลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ฉินอินยิ้มถาม “ผู้บัญชาการเฟิง ท่านจับมังกรกลดได้หรือไม่”“จับได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”เฟิงจี้สิงพยักหน้า “น่าเสียดายที่มังกรกลดบาดเจ็บสาหัส ตอนที่พบมัน มันก็เสียชีวิตไปแล้ว วิญญาณสัตว์ก็สลายไปหมด ทำอะไรไม่ได้ กระหม่อมจึงได้แต่นำศิลาวิญญาณกลับมาถวายแก่พระองค์ หวังว่าศิลาวิญญาณก้อนนี้จะมีประโยชน์ต่อการฝึกของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”ฉินอินมองศิลาวิญญาณในมือเฟิงจี้สิง ตวัดสายตามองตัวเขาอีกครั้ง ยิ้มกล่าว “เอาเถอะ ลำบากผู้บัญชาการเฟิงแล้ว เช่นนั้นศิลาวิญญาณก้อนนี้ข้าจะรับไว้แล้วกัน ขอบใจท่านมาก”เฟิงจี้สิงยิ้ม