บางๆ “สามารถทำให้องค์หญิงพอพระทัย เป็นเกียรติของกระหม่อม นี่ก็สายมากแล้ว องค์หญิง พวกเรารีบกลับกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทคงร้อนพระทัยแย่แล้ว วันนี้เราต้องกลับถึงเมืองหลันเยี่ยนให้ทันก่อนฟ้ามืดนะพ่ะย่ะค่ะ!”“อืม ตกลง!”……พิภพนี้ถูกผู้คนเรียกขานกันว่า “พิภพซุ่ยติ่ง” มีความหมายว่าติ่ง*ใต้หล้าที่แตกกระจาย แต่ด้วยการปกครองที่ปรารถนาจะให้รวมเป็นหนึ่งของปฐมจักรพรรดิฉินอี้ ในที่สุดจึงสถาปนาจักรวรรดิฉินขึ้นมา จักรวรรดิขนาดใหญ่ที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนอาณาเขตของพิภพซุ่ยติ่งแบ่งเป็นเหนือและใต้สองส่วน ตรงกลางมีแนวเทือกเขาเป็นเส้นแบ่งดินแดนเหนือใต้ เทือกเขานี้มีชื่อเรียกว่า “เทือกเขาฉิน” เทือกเขาฉินทางตอนใต้เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ ทรัพยากรมากมาย ส่วนตอนเหนือกลับมีอากาศเย็นกว่าเล็กน้อย เต็มไปด้วยเทือกเขาที่ทอดตัวเลื้อยยาว และระหว่างแนวเทือกเขานั้นก็มีเมืองที่ร่ำรวยและอุดมสมบูรณ์ตั้งตระหง่านอยู่หลายที่พื้นที่ที่ราบและกว้างขวางที่สุดของเทือกเขาทางเหนือก็คือป่าล่ามังกร และป่าล่ามังกรนี้ทอดยาวออกไปหลายพันลี้ โอบล้อมเมืองที่เป็นสัญญักษณ์อำนาจแห่งจักรพรรดิ—เมืองหลันเยี่ยน!ความร่ำรวยและรุ่งเรืองของเมืองหลันเยี่ยนเป็นอันดับหนึ่งในเจ็ดเมืองใหญ่ของจักรวรรดิ กำแพงเมืองสูงถึงห้าสิบกว่าเมตร สร้างจากหินสีครามก้อนใหญ่ แข็งแรงทนทาน เป็นอย่างมาก พูดได้ว่าน้ำไฟไม่อาจทำลายได้ ส่วนการค้าขายในเมืองก็คึกคัก สินค้าหลากหลา