ละป่าล่ามังกรนี้ทอดยาวออกไปหลายพันลี้ โอบล้อมเมืองที่เป็นสัญญักษณ์อำนาจแห่งจักรพรรดิ—เมืองหลันเยี่ยน!
ความร่ำรวยและรุ่งเรืองของเมืองหลันเยี่ยนเป็นอันดับหนึ่งในเจ็ดเมืองใหญ่ของจักรวรรดิ กำแพงเมืองสูงถึงห้าสิบกว่าเมตร สร้างจากหินสีครามก้อนใหญ่ แข็งแรงทนทาน เป็นอย่างมาก พูดได้ว่าน้ำไฟไม่อาจทำลายได้ ส่วนการค้าขายในเมืองก็คึกคัก สินค้าหลากหลาย เป็นศูนย์กลางการเมืองและเศรษฐกิจของจักรวรรดิ แล้วยังวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ให้ความเคารพ ตลอดจนสมาพันธ์โอสถที่นักปรุงโอสถทุกคนใฝ่ฝันต่างก็อยู่ที่เมืองหลันเยี่ยน เห็นได้ว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่สำคัญมากของจักรวรรดิ
เสียงฝีเท้าม้าดังเบาๆ ในที่สุดก่อนพลบค่ำหลินมู่อวี่และฉู่เหยาก็มาถึงเมืองหลันเยี่ยน หลินมู่อวี่หนวดเคราเฟิ้ม ส่วนฉู่เหยาก็ตัดผมสั้น หน้าตาไม่เหมือนกับคนในรูปบนประกาศจับที่ประตูเมืองแม้แต่นิดเดียว ยิ่งกว่านั้นผู้ที่มาด้วยกันยังเป็นทหารยศสูงแห่งกองกำลังรักษาพระองค์ ทหารผู้นี้มีนามว่า “หลัวเลี่ย” เป็นคนสนิทของเฟิงจี้สิง
หลัวเลี่ยแต่งกายด้วยชุดทหารจักรวรรดิสีน้ำเงินเข้ม ยศทหารที่คอเสื้อปักดอกจื่ออินสีทองหนึ่งดอก และยังมีดาวอีกหนึ่งดวงด้วย นี่คือสัญลักษณ์ตำแหน่งผู้บังคับการทหารที่คุมกำลังหนึ่งพันนายของจักรวรรดิ (เชียนฟูจ่าง**)
“ท่านแม่ทัพ!”
ทหารเฝ้าประตูเมืองทำความเคารพหลัวเลี่ย จากนั้นมองหลินมู่อวี่และฉู่เหยา พูดขึ้น “สองท่านนี้ดูไ