ม่เหมือนทหารของกองกำลังรักษาพระองค์ ท่านแม่ทัพ พวกเขาคือ?”
น้ำเสียงหลัวเลี่ยราบเรียบ ไม่แสดงอาการโกรธเกรี้ยว “สองท่านนี้เป็นสหายของผู้บัญชาการเฟิง เพิ่งมาจากเมืองชีไห่ ต้องตรวจสอบด้วยหรือ”
“อ่า ไม่ต้องขอรับ ในเมื่อเป็นแขกของผู้บัญชาการเฟิงก็ไม่ต้องแล้วขอรับ”
นายทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่นี้เป็นเพียงผู้บังคับการทหารกองร้อยเล็กๆ (ไป่ฟูจ่าง***) เป็นธรรมดาที่ไม่กล้าท้าทายผู้บังคับการทหารกองพัน
ความราบรื่นของสถานการณ์ทำให้หลินมู่อวี่รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะเข้ามาในเมืองหลันเยี่ยนได้อย่างสบายๆ สองฝั่งของถนนใหญ่ในเมืองเต็มไปด้วยร้านค้า จมูกเขาได้กลิ่นหอมของซาลาเปาเนื้อลอยมา ชวนให้น้ำลายไหล ท้องของหลินมู่อวี่ส่งเสียงร้อง จ๊อกๆ ฉู่เหยาอดหัวเราะไม่ได้ “หิวแล้วหรือ”
“อืม” เขาพยักหน้าอายๆ “ก็กลิ่นซาลาเปานี่มันหอมมากเลยนี่นา!”
ฉู่เหยายิ้ม “ไม่ต้องรีบร้อน ถึงโรงเตี๊ยมเมฆขาวก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ”
หลัวเลี่ยที่อยู่ด้านข้างก็ยิ้มพูด “หากพูดถึงซาลาเปา ซาลาเปาที่อร่อยที่สุดในเมืองหลันเยี่ยนก็ต้องเป็นซาลาเปาเนื้อวัวดอกอินของโรงเตี๊ยมเมฆขาว อีกเดี๋ยวพวกเจ้าก็จะได้ชิมแล้ว อาจจะประมาณค่ำๆ หน่อย ท่านผู้บัญชาการจะมาหาพวกเจ้า ข้าจะจัดการที่พักให้พวกเจ้าก่อนก็แล้วกัน”
“อืม ขอบคุณใต้เท้าหลัวเลี่ยมาก”
“ไม่ต้องเกรงใจ พวกเจ้าคือสหายของท่านผู้บังคับบัญชา ก็นับว่าเป็นสหายของข้าหลัวเลี่ยเช่นกัน สมคว