รแล้ว”
……
เพียงครู่เดียวก็มาถึงโรงเตี๊ยมเมฆขาว โรงเตี๊ยมมีทั้งหมดสามชั้น ไม่ได้หรูหราอะไรมากมาย แต่ก็จัดว่าไม่เลวแล้ว อย่างน้อยกลิ่นหอมของซาลาเปาเนื้อในโรงเตี๊ยมก็เพียงพอที่จะดึงดูดหลินมู่อวี่ไว้ได้
หลัวเลี่ยจัดการห้องพักที่ติดกันสองห้องให้พวกเขา จากนั้นล้วงเหรียญทองออกมาหนึ่งเหรียญเลี้ยงอาหารพวกเขาสองคน
หลังจากนั้นไม่นาน ซาลาเปาสองเข่งก็ถูกยกมาที่โต๊ะ ด้านข้างยังมีเครื่องปรุงรสอย่างจิ๊กโฉ่ววางอยู่ด้วย
ตอนที่ฝาเข่งถูกเปิดออกนั้น กลิ่นหอมที่ลอยมาแตะจมูกแทบจะทำให้หลินมู่อวี่ขาดใจตาย เขาหยิบซาลาเปาลูกขาวๆ ขึ้นมา พอแบะซาลาเปาออกก็เห็นกลีบดอกไม้สีม่วงอ่อน ส่งกลิ่นหอมกำจายออกมา ตามด้วยกลิ่นหอมของเนื้อวัวสดใหม่ หาได้ยากที่รสชาติของเนื้อกับกลิ่นของดอกไม้จะไม่ตีกัน แต่กลับเสริมกัน ช่างมีเอกลักษณ์เหลือเกิน
หลัวเลี่ยยิ้มอยู่ข้างๆ “กลีบดอกไม้สีม่วงคือดอกจื่ออิน เป็นดอกไม้ประจำจักรวรรดิ ดอกไม้ชนิดนี้สามารถนำไปปรุงโอสถ และประกอบอาหารได้ มีสรรพคุณช่วยแก้อาการอักเสบ เนื้อวัวของที่นี่ใช้เนื้อวัวชั้นดี เนื้อนุ่มและสดใหม่ ลองชิมดูสิ!”
หลินมู่อวี่กัดซาลาเปาเข้าปากคำโต รู้สึกเหมือนตัวลอยขึ้นมาทันที แค่คำเดียวก็ทำให้เขาหลงรักซาลาเปานี้แล้ว หลินมู่อวี่ไม่เกรงใจแล้ว เขาซัดซาลาเปาจนหมดเข่งอย่างรวดเร็ว แต่ฉู่เหยากลับกินอย่างสำรวมไม่เหมือนหลินมู่อวี่ ความเป็นจริงคือหลินมู่อวี่เผาผลาญพลังงานในร่างกายมากกว่าฉู