่เหยาจริงๆ
……
หลังจากรับประทานอาหารอิ่มแล้ว หลัวเลี่ยก็อยู่เป็นเพื่อนพวกเขา รอการมาของเฟิงจี้สิง
แต่จนฟ้ามืดแล้วก็ยังไม่เห็นเฟิงจี้สิง จนเวลาล่วงเลยมาจนเข้ายามซวี (ช่วงเวลาหนึ่งทุ่มถึงสามทุ่ม) ฟ้ามืดสนิทแล้ว ตอนนี้เองก็มีคนผู้หนึ่งรีบร้อนเข้ามาในโรงเตี๊ยม เขาสวมชุดสีคราม เป็นชายหนุ่มรูปงามทีเดียว เขากระโดดขึ้นมาบนชั้นสอง สีหน้าดูรีบร้อนมาก มองซ้ายมองขวาแล้วส่งเสียงออกมาด้วยความร้อนรน “อาเหยา…อาเหยา…”
พอฉู่เหยาได้ยินเสียงนี้ก็สั่นเทิ้มขึ้นทันที นางหันกลับไปมอง สายตาประสานกัน ทันใดนั้นน้ำตาก็เอ่อคลอเบ้า “พี่…”
ผู้ที่มาเยือนนั้นก็คือพี่ชายแท้ๆ ของฉู่เหยา ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน!
ตอนที่ฉู่เหยากระโจนเข้าใส่อ้อมกอดของฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนนั้น น้ำตานางไหลพรากดั่งสายฝน มือทุบตีไหล่ของพี่ชายไม่หยุด ระดับพลังของนางในตอนนี้ไม่น้อยแล้ว หมัดที่เต็มไปด้วยความโกรธนั้นรุนแรงมาก แต่ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนก็ไม่ได้โคจรพลังมาป้องกัน ปล่อยให้น้องสาวทุบตีตนเองตามใจชอบต่อ
“ทำไมท่านถึงไม่กลับเมืองหยินซาน…”
ฉู่เหยาที่ทุบตีจนเหนื่อยแล้ว น้ำตานองหน้ามองพี่ชาย “ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านปู่ถูกคนชั่วฆ่าตายแล้ว ท่านยังแอบอยู่ที่นี้อีก…เป็นพี่ชายประสาอะไร…”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนตาแดง แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ เพียงแต่กำหมัดแน่น ส่วนอีกมือก็ประคองฉู่เหยาไว้ “อาเหยา ข้าผิดไปแล้ว…ข้าฝึกยุทธ์อยู่ที่เมืองหลวงมาตลอด ไม่คิดว่าที่เมืองหยินซานจะเกิดเรื่องขึ้น