นดังขึ้น ชายชุดคลุมสีขาวปรากฏตัว ในที่สุดเฟิงจี้สิงก็มาถึงเสียที!
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนประสานมือคำนับ “พี่เฟิง ขอบคุณท่านมาก บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืม!”
“อ่อ รู้จักกันแล้วหรือ”
เฟิงจี้สิงยิ้มหยอกล้อ “น้องฉู่ เจ้านี่ใจไม้ไส้ระกำเสียจริง ปล่อยน้องสาวที่งดงามถึงเพียงนี้อยู่ตัวคนเดียวไกลถึงเมืองหยินซาน หากเป็นข้าละก็ หึ รับมาอยู่ด้วยกันที่เมืองหลวงนานแล้ว ครั้งนี้ข้าช่วยเจ้าขนาดนี้ ไม่ต้องพูดเรื่องอื่น อย่างน้อยเจ้าก็ควรเลี้ยงสุราข้าที่หอสดับพิรุณบ้าง”
สีหน้าของฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนดูไม่ค่อยดี “ไปหอสดับพิรุณอย่างน้อยๆ ก็ต้องมียี่สิบเหรียญทอง ฟุ่มเฟือยเกินไป พวกเราอยู่ที่โรงเตี๊ยมเมฆขาวก็พอแล้ว…”
“เจ้านี่งกเสียจริง”
“ข้ารับเงินเดือนแค่เดือนละสิบเหรียญทอง ไหนเลยจะสู้ท่านผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ เจิ้นกว๋อเจียงจวินขั้นสองได้กันเล่า!”
“ฮ่า พูดเรื่องพวกนี้ทำไมกัน! ลงไปกันเถอะ พวกเราต้องดื่มฉลองกันหน่อย!”
“มาสิ!”
……
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนเป็นเจ้ามือ จัดโต๊ะอาหารที่ชั้นล่าง มีเฟิงจี้สิง หลินมู่อวี่ ฉู่เหยาและหลัวเลี่ยนั่งอยู่ ในที่สุดฉู่เหยาก็อารมณ์ดีขึ้น ยอมกินอาหารแล้ว ส่วนหลินมู่อวี่ที่นอนกลางดินกินกลางทรายในป่าล่ามังกรและป่าสัตตะดารามาหลายวัน ไม่ได้กินของดีๆ เลย เป็นธรรมดาที่จะกินอย่างเต็มที่
หลังจากดื่มสุรากันไปสักพัก ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนก็มองไปทางหลินมู่อวี่ ทันใดนั้นหลินมู่อวี่ก็รู้สึกท่าจะไม่ดี อะไรจะ