้านข้างยังมีเครื่องปรุงรสอย่างจิ๊กโฉ่ววางอยู่ด้วยตอนที่ฝาเข่งถูกเปิดออกนั้น กลิ่นหอมที่ลอยมาแตะจมูกแทบจะทำให้หลินมู่อวี่ขาดใจตาย เขาหยิบซาลาเปาลูกขาวๆ ขึ้นมา พอแบะซาลาเปาออกก็เห็นกลีบดอกไม้สีม่วงอ่อน ส่งกลิ่นหอมกำจายออกมา ตามด้วยกลิ่นหอมของเนื้อวัวสดใหม่ หาได้ยากที่รสชาติของเนื้อกับกลิ่นของดอกไม้จะไม่ตีกัน แต่กลับเสริมกัน ช่างมีเอกลักษณ์เหลือเกินหลัวเลี่ยยิ้มอยู่ข้างๆ “กลีบดอกไม้สีม่วงคือดอกจื่ออิน เป็นดอกไม้ประจำจักรวรรดิ ดอกไม้ชนิดนี้สามารถนำไปปรุงโอสถ และประกอบอาหารได้ มีสรรพคุณช่วยแก้อาการอักเสบ เนื้อวัวของที่นี่ใช้เนื้อวัวชั้นดี เนื้อนุ่มและสดใหม่ ลองชิมดูสิ!”หลินมู่อวี่กัดซาลาเปาเข้าปากคำโต รู้สึกเหมือนตัวลอยขึ้นมาทันที แค่คำเดียวก็ทำให้เขาหลงรักซาลาเปานี้แล้ว หลินมู่อวี่ไม่เกรงใจแล้ว เขาซัดซาลาเปาจนหมดเข่งอย่างรวดเร็ว แต่ฉู่เหยากลับกินอย่างสำรวมไม่เหมือนหลินมู่อวี่ ความเป็นจริงคือหลินมู่อวี่เผาผลาญพลังงานในร่างกายมากกว่าฉู่เหยาจริงๆ……หลังจากรับประทานอาหารอิ่มแล้ว หลัวเลี่ยก็อยู่เป็นเพื่อนพวกเขา รอการมาของเฟิงจี้สิงแต่จนฟ้ามืดแล้วก็ยังไม่เห็นเฟิงจี้สิง จนเวลาล่วงเลยมาจนเข้ายามซวี (ช่วงเวลาหนึ่งทุ่มถึงสามทุ่ม) ฟ้ามืดสนิทแล้ว ตอนนี้เองก็มีคนผู้หนึ่งรีบร้อนเข้ามาในโรงเตี๊ยม เขาสวมชุดสีคราม เป็นชายหนุ่มรูปงามทีเดียว เขากระโดดขึ้นมาบนชั้นสอง สีหน้าดูรีบร้อนมาก มองซ้ายมองขวาแล้วส่ง