ยข้าได้อย่างไร”เฟิงจี้สิงหัวเราะฮ่า “ตอนนี้ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนเป็นหนึ่งในองครักษ์อวี้หลินสองร้อยนาย และเป็นผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นด้วย ทำไมข้าจะไม่รู้จักเขาเล่า เขาหมั่นเพียรฝึกยุทธ์ ไม่ส่งจดหมายติดต่อทางบ้าน แถมตอนนี้ตัวเขาอยู่ในพระราชวัง เกรงว่าคงไม่รู้ว่าพวกเจ้าเกิดเรื่อง มิเช่นนั้นด้วยนิสัยของเขาจะต้องร้อนใจกระวนกระวายเป็นแน่”ขณะพูด เฟิงจี้สิงก็มองไปทางหลินมู่อวี่“อาอวี่ พลังของเจ้าไม่เลวเลยทีเดียว ด้วยอายุเท่านี้ แต่กลับมีวิทยายุทธ์ขนาดนี้ ปาฏิหาริย์ยิ่งนัก โชคดีที่มีเจ้า ฉู่เหยาถึงได้รอดชีวิตมาถึงเมืองหลันเยี่ยนได้!”หลินมู่อวี่สูดหายใจลึก กล่าวอย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณพี่เฟิงที่เมตตาไม่สังหารข้า!”เฟิงจี้สิงหัวเราะอย่างแช่มชื่น “เจ้าเรียกข้าว่าพี่เฟิง ข้าไม่สามารถฆ่าเจ้าได้ ยิ่งไม่สามารถฆ่าผู้ที่มีความสามารถของจักรวรรดิในอนาคต”หลินมู่อวี่ยังอยากจะพูดอะไรต่อ แต่เฟิงจี้สิงกลับเหมือนจะรู้แล้วทั้งหมด “ไม่ต้องพูดมากแล้ว ข้าจะให้คนพาเจ้าทั้งสองเข้าเมืองหลวง และจะจัดการทุกอย่างให้ ส่วนเรื่องที่เมืองหยินซาน…สามวันก่อนข้าได้ส่งสหายข้าไปที่เมืองหยินซานตรวจสอบเรื่องที่ฮว๋าเทียนถูกสังหารแล้ว ทุกอย่างกระจ่างแจ้งหมดแล้ว จะต้องคืนความบริสุทธิ์ให้แก่พวกเจ้าแน่นอน!”ครั้งนี้หลินมู่อวี่รู้สึกซาบซึ้งด้วยใจจริง เขาพยักหน้า “ขอบคุณท่านมาก พี่เฟิง!”เฟิงจี้สิงมองไปรอบๆ แล้วเอ่ย “ที่นี่อยู่นานไม่ได้ พวกเจ้าร