อวี่ฮึดฮัดใช้กระบี่ฟันตัดหนาม “นี่เป็นวันที่สิบเอ็ดที่พวกเราหลบหนี ตอนนี้สิ่งที่ข้าอยากทำมากที่สุดคืออาบน้ำร้อน แล้วก็นอนบนเตียงอุ่นๆ สักงีบ พี่ฉู่เหยาไม่อยากจะใช้ชีวิตแบบปกติหรืออย่างไร”“ข้าก็อยากเหมือนกัน แต่สภาพพวกเราตอนนี้ เกรงว่านั่นคงเป็นคำขอที่มากเกินไป” ฉู่เหยากล่าวอย่างเงียบๆแล้วจู่ๆ นางก็เงยหน้าขึ้น ยิ้มพูด “อาอวี่ พลังของเจ้าก้าวหน้าเร็วกว่าคนปกติทั่วไปเกือบสิบเท่ามาตลอด แต่หลังจากเจ้าเข้าสู่ขอบเขตปฐพีชั้นที่สองแล้ว พลังก็นิ่งอยู่กับที่ เป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกใกล้จะทะลวงระดับขั้นแล้วหรือยัง”หลินมู่อวี่พยักหน้า “อือ ตั้งแต่เมื่อวาน ทุกครั้งที่ข้าฝึกยุทธ์ไม่รู้สึกว่าปราณเพิ่มขึ้นเลย น่าจะใกล้ถึงคอขวดแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอสัตว์วิญญาณที่เหมาะสม คงต้องขึ้นอยู่กับโชคชะตาแล้ว ถ้ามีสัตว์วิญญาณอายุสามพันถึงสี่พันปีที่เหมาะสมโผล่มาประเคนให้ถึงที่ก็คงจะดี เพียงแต่…อาการบาดเจ็บของข้ายังไม่หายสนิท หากต้องเจอกับสัตว์วิญญาณที่อายุมากกว่าสามพันปีเข้าจริงๆ ละก็ ข้าคงสู้มันไม่ไหว ถึงเวลานั้นเกรงว่าคงต้องตายเปล่า!”ฉู่เหยาหัวเราะ “เช่นนั้นก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ผู้คนจำนวนมากฝึกยุทธ์ลำบากมาทั้งชีวิตก็ใช่ว่าจะไปถึงระดับห้าสิบได้ แต่เจ้ายังหนุ่มยังแน่น ฝึกยุทธ์ยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ กลับไปถึงระดับที่สี่สิบเก้า สำหรับคนธรรมดาทั่วไป เจ้าก็เป็นอัจฉริยะที่หมื่นปีจะพบพานสักคนแล้วล่ะ”หลินมู่อวี่แสยะยิ้ม แต