จของซ่งเหรินโท่ว “เขาตายแล้ว แล้วเจ้านั่นล่ะ”
หลินมู่อวี่นั่งสงบอยู่ตรงนั้นแล้วพูดขึ้น “พวกเราฆ่าคนมาเยอะแล้ว แต่…ถ้าปล่อยให้ซ่งปาฝู่หนีไปได้ละก็ เขาจะต้องหาโอกาสมาแก้แค้นพวกเราแน่นอน พี่ฉู่เหยา ท่านจัดการเถอะ ตอนนี้ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ไม่เหลือแรงสักนิด”
“อืม”
นัยน์ตาฉู่เหยาฉายแววเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ นางลุกขึ้นแล้วหยิบหอกที่เปื้อนเลือดของหลินมู่อวี่ขึ้นมา กระโจนขึ้นไปในอากาศพร้อมใช้หอกยาวแทงทะลุหลังของซ่งปาฝู่ที่คลานอยู่กับพื้น เลือดสาดพุ่งออกมาทันที ซ่งปาฝู่เจ็บปวดจนสั่นสะท้านไปทั่วร่าง แขนขาดิ้นรนกระเสือกกระสนอย่างบ้าคลั่ง แต่ฉู่เหยากัดฟันแล้วออกแรงเพิ่ม แทงหอกเหล็กปักเข้าพื้นดินเกือบครึ่งด้าม ตรึงซ่งปาฝู่ไว้แน่นกับพื้นดิน ให้เขานอนรอความตายอยู่ตรงนั้น
นางค่อยๆ หันหลังกลับมา ผมสั้นพลิ้วไหวไปตามสายลมยามค่ำคืน ใบหน้าไม่มีความไร้เดียงสาแบบเด็กสาวอีกต่อไปแล้ว กลับมากไปด้วยความสุขุมและเด็ดเดี่ยวแทน
หลินมู่อวี่เงยหน้ามองฉู่เหยาไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับเหมือนถูกมีดกรีด โลกแบบไหนกันนะที่ทำให้ฉู่เหยาเปลื่ยนไปแบบนี้ หากไม่ใช่เพราะคนพวกนี้ต้องการเหรียญทองแล้วไล่สังหารพวกเขาไม่หยุด เกรงว่าฉู่เหยาก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้ แน่นอนว่าการตายของปู่ฉู่เฟิงนั้นสร้างความสะเทือนใจให้แก่ฉู่เหยาอย่างมาก ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุหลักด้วยเหมือนกัน
มองหม้อน้ำแกงด้านข้าง ฉู่เหยาหันมายิ้มอบอุ่น “อาอวี่ โชคดีที่อาหารเย็นข