องเท้าเหล็กสึกไม่พบพาน ยามได้มากลับไม่ต้องเสียแรง (เป็นสำนวนหมายถึงสิ่งของที่พยายามหาแทบตายก็หาไม่เจอ แต่พอเลิกสนใจก็ได้มาเสียอย่างนั้น) ร่ำลือกันว่ากระบี่เหลียวหยวนเป็นอาวุธวิญญาณระดับสาม ไม่น่าจะเชื่อว่าจะมาอยู่ในมือเจ้าเด็กนี่ น้องชายข้า คราวนี้พวกเรารวยกันแล้ว กระบี่เหลียวหยวนเล่มนี้อย่างน้อยก็ขายได้ไม่ต่ำกว่าหมื่นเหรียญทอง ฮ่าๆๆ…”
“อย่าเพิ่งใจร้อน!”
หลินมู่อวี่ยิ้มแล้วเก็บกระบี่เหลียวหยวนเข้าฝัก “ข้ายังไม่ได้พูดเลยว่าจะให้พวกเจ้า!”
แววตาของซ่งเหรินโท่วฉายประกายความโหดเหี้ยม เขายิ้ม “ยังต้องให้เจ้ายอมด้วยงั้นหรือ ให้พวกข้าสองพี่น้องตัดหัวเจ้ากับแม่สาวนี่ก่อน ของล้ำค่าเหล่านี้ก็จะตกเป็นของพวกข้าโดยปริยาย!”
หลินมู่อวี่อดหัวเราะไม่ได้ “แล้วพวกเจ้าคิดว่าจะชนะข้าได้จริงๆ อย่างนั้นหรือ”
พูดจบ เขาก็เรียกวิญญาณยุทธ์น้ำเต้าออกมา
ซ่งเหรินโท่วอดที่จะหัวเราะไม่ได้ “โอ๊ะโอ ที่แท้ก็วิญญาณยุทธ์น้ำเต้าอันดับสิบ นึกไม่ถึงเลยว่าวิญญาณยุทธ์สายสนับสนุนเช่นนี้ยังกล้าจะมาโอ้อวด เจ้าเด็กน้อย วิญญาณยุทธ์ที่เจ้าเรียกออกมาทำเอาข้าตกใจซะจริง”
“งั้นหรือ”
มุมปากของหลินมู่อวี่ปรากฏรอยยิ้ม ค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของปราณเข้าไปที่วิญญาณยุทธ์ สีของน้ำเต้าเปลื่ยนจากสีเขียวกลายเป็นสีเงิน และเปลื่ยนเป็นสีน้ำเงิน สุดท้ายก็เปลื่ยนเป็นสีแดง นี่คือการเปลื่ยนแปลงของพลังทั้งสี่ชั้น ขณะเดียวกันยังหมายความว่าวิญญาณยุทธ์นี้