โดนตีหรือไง เจ้าเด็กบ้า…” ฉู่เหยาเขินอายไม่หยุดทั้งสองแบ่งอาหารกันกินอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็จัดการเก็บกวาดสถานที่ แล้วรีบออกเดินทางทันที เนื่องจากมีม้าสองตัว ดังนั้นความเร็วในการเดินทางจึงเพิ่มขึ้นไปด้วยหลังจากนั้นหนึ่งวัน ก็เดินทางมาถึงชายป่าล่ามังกรบนแผ่นป้ายหินโบราณอันหนึ่งสลักอักษรว่า ‘ป่าล่ามังกร’ เอาไว้ หลินมู่อวี่ควบม้าเข้าไปใกล้ แล้วยิ้มออกมา “ในที่สุดก็มาถึงเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิในตำนาน เมืองหลันเยี่ยน!”ฉู่เหยาอดที่จะหัวเราะไม่ได้ “เจ้าอย่าฝันหวานไปหน่อย ป่าล่ามังกรแทบจะโอบล้อมเมืองหลันเยี่ยนไว้ทั้งเมือง มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล พวกเรามาถึงแค่ป่าล่ามังกรเท่านั้น หากคิดจะเข้าเมืองหลันเยี่ยนยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกสามวัน อีกอย่างพวกเราก็จะไม่ไปเมืองหลันเยี่ยน อย่าลืมวิว่าตอนนี้พวกเราเป็นนักโทษอุกฉกรรจ์ของจักรวรรดิ ในเมืองหลันเยี่ยนต้องมีภาพวาดของพวกเราติดอยู่เป็นแน่”“อืม ไม่ไป อยู่ในป่าล่ามังกรนี่แหละ ให้ผ่านไปสักพัก พวกเราค่อยออกไป”“ตกลง”พอตกกลางคืน ดูเหมือนว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบเดินทางต่อไปอีก ทั้งสองจึงหาพื้นที่ราบท่ามกลางหุบเขาบริเวณเขตแดนระหว่างมณฑลชางหนานกับเมืองหลวงจักรวรรดิเป็นที่พักแรม หลินมู่อวี่กางกระโจมง่ายๆ เพื่อให้เป็นที่นอนสำหรับฉู่เหยา ส่วนตัวเองออกไปเก็บฟืนมาก่อกองไฟ ต้มน้ำแกงเนื้อลมกลางคืนนั้นเงียบสงบเป็นพิเศษ หลินมู่อวี่จึงอาศัยความมืดฝึกหมัดเสียงป