ีตัวอักษรสลักไว้สองตัวว่า ‘เหลียวหยวน’ (ผลาญทุ่ง) น่าจะเป็นชื่อของกระบี่เล่มนี้ หลินมู่อวี่นึกถึงตอนที่กระบี่นี้เกิดเปลวเพลิงขึ้นยามกวัดแกว่ง สมกับชื่อจริงๆ จึงอดยิ้มออกมาไม่ได้ “เหลียวหยวน ชื่อเพราะดีนี่…ต่อจากนี้กระบี่เล่มนี้ก็เป็นของข้าแล้วใช่ไหม”ฉู่เหยาอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ของเจ้าๆ เจ้าต้องการอะไรข้าให้เจ้าหมดเลย!”หลินมู่อวี่ยิ้มน้อยๆ แล้วถาม “ข้าจำได้ว่าตอนที่เย่เหลียงมาที่นี่ เขาขี่ม้ามาด้วย ม้าตัวนั้นไปไหนแล้วล่ะ”“ถูกข้าจับไว้ ผูกไว้แถวต้นไม้ตรงโน้นน่ะ”“ดีเลย พวกเรามีม้านั่งแล้ว ม้าตัวนั้นดูทรงพลังมาก น่าจะพอบรรทุกเราสองคนไหว”ฉู่เหยาหน้าแดง พอคิดถึงว่าต้องขี่ม้าตัวเดียวกับเขา ก็อดที่จะคิดเยอะไม่ได้ แต่ก็ยังคงพยักหน้าพูด “อือ คงจะได้แหละ พวกเราต้องขี่ม้าเหรอ”“ใช่แล้ว ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถึงเมืองหลันเยี่ยน”“อ่อ ดีเหมือนกัน”……พักฟื้นฟูจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น พอตกดึกมีทหารรับจ้างเร่ร่อนโผล่มา แต่มีระดับพลังเพียงแค่วิญญาณสงครามระดับยี่สิบเจ็ด จึงถูกฉู่เหยาซัดเข็มเงินใส่จนบาดเจ็บ และถูกหมัดเสียงปีศาจของหลินมู่อวี่โจมตีซ้ำอีกจนตาย พวกเขาไม่กล้าประมาท พวกทหารรับจ้างที่คิดจะลอบสังหาร พวกเขาไม่เคยไว้ชีวิตสักคนเช้าตรู่ หลังจากพวกเขากินอิ่มแล้ว ก็เก็บสัมภาระแล้วนำไปแขวนไว้ที่ข้างลำตัวของม้า ฉู่เหยาบังคับม้า ส่วนหลินมู่อวี่นั่งอยู่ด้านหลังสะพายกระบี่เหลียวหยวนไว้ สมบัติของพวกเ