าอวี่ เจ้าเข้าสู่ขอบเขตปฐพีชั้นที่สองแล้ว เป็นปรมาจารย์สงครามระดับสี่สิบแล้วนะ!”
“ระดับสี่สิบแล้วเหรอเนี่ย…” หลินมู่อวี่ยิ้มน้อยๆ นึกถึงตอนนั้นที่เขามองนัยน์ตาเหยี่ยวระดับสี่สิบสองเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ตอนนี้ตัวเองถึงระดับสี่สิบโดยไม่รู้ตัว แถมพลังของวิญญาณยุทธ์ยังบริสุทธ์ยิ่งกว่า บวกกับวิชาอย่างมีดเสียงปีศาจ หมัดเสียงปีศาจ เกรงว่าถึงจะมีนัยน์ตาเหยี่ยวสองคนก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
“ไปกันเถอะพี่ฉู่เหยา ที่นี่ไม่มีอะไรให้อาลัยอาวรณ์แล้ว”
หลินมู่อวี่ยกกระบี่ขึ้น แล้วหยิบมีดเสียงปีศาจขึ้นมา แต่ต้องพบว่าบนใบมีดเสียงปีศาจยังมีพิษเปื้อนอยู่ เขาจึงนำมีดไปล้างพิษที่ลำธารใกล้ๆ มีดเสียงปีศาจยังเป็นประกายราวกับหิมะ นึกไม่ถึงเลยว่าไม่ถูกพิษกัดกร่อนเลยแม้แต่นิดเดียว เป็นมีดล้ำค่าอย่างที่คิดจริงด้วย มิน่าถึงได้ถูกขนานนามว่าเป็นอาวุธชื่อก้องของเฟิงอี้เฉิง!
เขาเก็บมีดเสียงปีศาจลงย่ามแล้วพาฉู่เหยาเดินทางต่อ
เดินไปได้ไม่นาน จู่ๆ ก็มีเสียงร้องของเหยี่ยวดังขึ้น พอเงยหน้ามองขึ้นไป เหยี่ยวตัวหนึ่งกำลังบินวนอยู่สูงเหนือศีรษะ ใจของหลินมู่อวี่พลันหนักอึ้ง อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ฉู่เหยามองแล้วยิ้มพูด “เหยี่ยวคงออกมาหาอาหารกระมัง ในป่าแบบนี้เห็นได้บ่อยๆ”
“แต่ว่า…”
หลินมู่อวี่พยักหน้าก่อนจะพูดว่า “แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเห็นเจ้าเหยี่ยวตัวนี้นะ”
“อาอวี่เจ้าหมายความว่า”
“ถูกต้อง เกรงว