าดแผลเต็มตัว พอหันกลับไปมองด้านหลังพบว่าไม่มีคนไล่ตามมาแล้ว นี่เป็นเส้นทางบนภูเขาที่ยาวอย่างน้อยหลายกิโลเมตร ไม่เหมาะกับการขี่ม้าไล่ตาม หากทหารม้าของเมืองหยินซานลงจากม้าไล่ตามละก็ ชัดเจนว่าความเร็วในการเดินเท้าของพวกเขาห่างไกลกับฝีเท้าดาวตกของหลินมู่อวี่อยู่มาก
“อาอวี่!”
ท่ามกลางวิสัยทัศน์ที่พร่ามัว เขาได้ยินเสียงของฉู่เหยา
เข่าทั้งสองของหลินมู่อวี่อ่อนแรงทรุดลงไปอยู่ที่พื้น ล้มเข้าใส่อ้อมกอดของฉู่เหยา ซบอยู่ที่ไหล่ของนาง จมูกได้กลิ่นหอมที่คุ้นเคย เขาโทษตัวเองไม่หยุด “ข้าขอโทษ…พี่ฉู่เหยา ข้าทำร้ายทุกคน ตำราเทพโอสถเล่มนี้ทำให้ท่านปู่ต้องตายอย่างอนาจ เป็นความผิดของข้า!”
“เจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่ต้องพูดแล้ว!”
ฉู่เหยามองบาดแผลบนแขนของเขาที่ถูกทวนแทง ตลอดจนลูกธนูที่อยู่บนหลัง น้ำตาไหลออกมาพร้อมสายฝน
กลางดึก เสียงฟืนที่เผาไหม้ดังเปรี้ยะเปรี้ยะอยู่ในถ้ำขนาดเล็ก นี่เป็นรังของหมีป่า แต่เจ้าของรังในตอนนี้นอนจมกองเลือดอยู่อีกด้าน เพื่อที่จะฆ่าหมีป่าตัวนี้ แขนของฉู่เหยาก็ได้แผลใหม่เพิ่มขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้ถึงกับสาหัสเท่าคนที่นอนอยู่บนกองฟางแห้ง
หลินมู่อวี่ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมา สิ่งที่สะท้อนเข้าม่านตาคือใบหน้าด้านข้างของฉู่เหยา เขามองบาดแผลที่แขนที่ถูกพันไว้อย่างดีแล้ว แผ่นหลังยังคงเจ็บอยู่ แต่ไม่ได้เจ็บมากเหมือนก่อนหน้าแล้ว
“ฟื้นแล้วเหรอ”
ฉู่เหยาหันไปมองเขา พร้อมรอยยิ้มอันแสนอบอุ่น จากนั้นก็คน “หม้