กเอาหรอก…”หลังจากกินอาหารเรียบร้อย ก็โคจรพลังปราณเพื่อรักษาบาดแผลต่อ หลินมู่อวี่รู้ดีว่าอันตรายนับไม่ถ้วนกำลังใกล้เข้ามาแล้ว ตนเองต้องรีบฟื้นพลังต่อสู้ให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้นแล้วแค่พลังของฉู่เหยาคนเดียวไม่มีทางรับมือได้แน่นอน“พี่ฉู่เหยา ต่อจากนี้ท่านมีแผนอะไร”“เอาชีวิตให้รอดก่อนค่อยว่ากันเถอะ” ฉู่เหยาเสียงแผ่ว “ข้าเคยเห็นแผนที่รอบเมืองหยินซาน พวกเราเดินชิดตามแนวป่าสัตตะดารา เลี่ยงเส้นทางไล่ล่าของนักฆ่า ขึ้นไปทางเหนือ เดินเท้าครึ่งเดือนก็ถึงอาณาเขตของเมืองหลันเยี่ยนแล้ว ถึงตอนนั้นค่อยคิดว่าจะทำยังไงต่อก็แล้วกัน พี่ชายของข้าฉู่ฮว๋ายหมิ่นออกจากบ้านมาฝึกวิชาหลายปีแล้ว ได้ยินว่าเขาเคยปรากฏตัวที่เมืองหลันเยี่ยน แต่ยังไงเอาชีวิตรอดก่อนค่อยว่ากันอีกที…”“อือ”ตอนที่ฉู่เหยาพูดชื่อเมืองหลันเยี่ยนขึ้นมา หลินมู่อวี่ก็อดคิดถึงเงาร่างงดงามร่างหนึ่งขึ้นมาไม่ได้ ถังเสี่ยวซีน่าจะอยู่ที่เมืองหลันเยี่ยนสินะ หรือควรจะไปหานาง?ไม่ได้ ดูเหมือนจะไม่เหมาะสม ตนเองฆ่าขุนนางใหญ่ของจักรวรรดิ ถ้าถังเสี่ยวซีปกป้องตนจะต้องเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นเป็นแน่ อีกอย่างความสัมพันธ์ของนางกับตนเองนั้น…ก็ไม่แน่ว่านางจะต้องมาช่วยตนเองค่ำคืนนี้ หลินมู่อวี่โคจรพลังรักษาอาการบาดเจ็บไม่ได้หยุด ขณะเดียวกันก็ใช้โอสถสมานแผลเกรดหนึ่งมาช่วยรักษาบาดแผล แผลจากลูกธนูที่หลังก็มีความรู้สึกตึงๆ เริ่มตกสะเก็ดแล้ว ส่วนแผลที่แขนค่อนข้างสาหัส ยังต