ื่อนไปได้ถึงกลางประตู ล้อเกวียนก็เกิดแตกออก บนเกวียนเต็มไปด้วยกระสอบข้าวสารหนักๆ เหตุการณ์นี้ช่วยพวกเขาไว้ได้มากทีเดียว แต่น่าเสียดายที่บนกำแพงเมืองมีทหารยืนเต็มไปหมด พร้อมคันธนูที่ขึ้นลูกธนูไว้แล้วในมืออีกด้วย
“หนีไม่พ้นหรอก!” ฉู่เหยากัดฟันพูด
“ไม่ ต้องหนีให้ได้!”
หลินมู่อวี่คว้าแขนของฉู่เหยาไว้แน่น “ตามข้ามา อย่าได้ลังเลแล้วอย่าถอยหลัง”
“อือ”
ทั้งสองคนพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว พวกทหารยามรู้สึกตัวก็ตอนที่เห็นหลินมู่อวี่พาฉู่เหยาวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ พุ่งตัวออกไปในจังหวะที่ประตูเมืองกำลังจะปิดพอดี
“สองคนนั้นก็คือนักโทษจักรวรรดิหลินมู่อวี่และฉู่เหยา รีบยิงธนูสังหารพวกมันเดี๋ยวนี้!” บนกำแพงมีเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดที่คุ้นหูดังมา เป็นท่านเจ้าเมืองฮว๋าเทียนนั่นเอง ฮว๋าหวันเองก็ยืนอยู่ข้างบิดาของเขา มุมปากมีรอยยิ้มเย็นชา
พลธนูบนกำแพงยิงธนูออกไป หลินมู่อวี่วิ่งไปพลางเปล่งเสียงเบา น้ำเต้าเขียวปรากฏขึ้นมา สร้างกระดองเต่าทมิฬขนาดสูงอย่างน้อยสองเมตรด้านหลัง ลูกธนูดอกแล้วดอกเล่ากระเด้งออกมา ประสิทธิภาพการป้องกันของกระดองเต่าทมิฬเรียกได้ว่าหนึ่งในหล้าเลยก็ว่าได้
“เจ้ากบฏ ยังคิดจะหนีอีกรึ!”
ทันใดนั้นฮว๋าหวันยกกระบี่ยาวขึ้น กระโดดจากกำแพงเมืองลงบนหลังม้าศึก ชี้ดาบไปด้านหน้า ตะโกนสั่ง “ทหารม้าตามข้ามา สังหารหลินมู่อวี่ให้ได้!”
ฮว๋าเทียนที่อยู่บนกำแพงเมืองตะโกน “หวันเอ๋อร์ หยุดเดี๋ยวนี้