หรือไม่ขอรับ”
“ตกลง หามาหลายคนหน่อย ให้พวกเขาเฝ้าดูอยู่นอกลานบ้านห่างๆ อย่าให้ใครมาทำร้ายฉู่เหยาก็พอ”
“ขอรับ!”
หอบุปผาเบ่งบาน ช่วงกลางดึก แสงไฟค่อยๆ สลัวลง ภายในห้องแต่ละห้องนั้นมีเสียงของความหฤหรรษ์ดังลอดออกมา ในขณะที่พวกเขากำลังเริงรมย์กันอยู่นั้นเอง ก็มีเงาคนผู้หนึ่งลอยอยู่เหนือยอดหอนางโลม แล้วบินโฉบลงมาเหมือนใบไม้ที่ค่อยๆ ร่วงหล่นลงบนชั้นบนสุดของหอบุปผาเบ่งบาน หลินมู่อวี่กอดกระบี่เหล็กไว้ หลับตาทั้งสองข้าง แล้วเขาก็สามารถได้ยินเสียงหอบกระเส่าของหร่วนหรูอี้ที่อยู่ในห้อง กับเสียงหายใจที่หนักหน่วงของหนิงเต้าหรง
คนที่เพิ่งโดนธนูได้รับบาดเจ็บ ไฉนถึงยังมีแรงมาเชยชมดอกไม้มีความสุขอยู่ที่นี่กันนะ
ทันใดนั้นความคิดของหลินมู่อวี่ก็ได้รับการยืนยัน เขากระโดดเบาๆ ปีนป่ายหน้าต่างเข้าไปด้านในหอนางโลมอย่างเงียบกริบ ฝีเท้าของเขานั้นแผ่วเบายิ่ง นี่ล่ะคือความล้ำลึกของฝีเท้าดาวตก
เมื่อมองจากที่ไกลๆ ด้านนอกประตูมีทหารยืนรักษาการณ์อยู่สี่นาย แสงสว่างของดวงดาวสะท้อนเงาร่างของพวกเขาอยู่นอกหน้าต่าง ส่วนหนิงเต้าหรงนั้นกำลังมีความสุขดื่มด่ำอยู่บนเรือนร่างของหญิงสาว หร่วนหรูอี้ส่งเสียงหอบครางไม่หยุด เริงรักกันสนุกสนาน ที่ด้านข้าง ทวนสามแฉกของหนิงเต้าหรงเล่มนั้นวางอยู่ ในฐานะที่เป็นนักรบ ย่อมไม่ให้อาวุธอยู่ห่างกาย
หลินมู่อวี่เดินเข้าไปอย่างช้าๆ ดึงกระบี่ออกมา เสียงกระบี่ที่เสียดสีกับฝักนั้นเบามาก แต่ก็ยังคง