จเรียนเคล็ดการควบคุมธาตุอสนีเซียงเซียงยืนพิงต้นไม้ ยิ้มพูด “คิดไม่ถึงว่าติ่งอัคคีชวีฉู่จะสอนทักษะยุทธ์ตั้งมากมายให้ท่าน แปลกประหลาดเสียจริงๆ ข้าได้ยินมาว่าติ่งอัคคีชวีฉู่ผู้นี้หยิ่งยโส แต่ไหนแต่ไรไม่ถ่ายทอดทักษะยุทธ์ให้แก่ผู้อื่น”หลินมู่อวี่แอบหัวเราะ ถ้าไม่ใช่เพราะใช้วิชาปรุงโอสถไปแลกเปลื่ยน ตาแก่นั่นก็คงไม่สอนหมัดเสียงปีศาจกับเกราะศิลาเขียวให้เขาหรอก!ที่จริงแล้วหลินมู่อวี่อยากใช้ติ่งหลอมอาวุธมาหลอมวิญญาณยุทธ์ให้แก่ฉู่เหยาใหม่อีกครั้งเหลือเกิน แต่เขาไม่รู้ว่าจะมีความเป็นไปได้เท่าใด ถ้าเกิดเป็นไปไม่ได้ อาจจะเป็นการทำร้ายฉู่เหยา การเติบโตของเตียวม่วงของฉู่เหยานั้นด้อยมาก พลังวิญญาณของมันยังไม่ถึงสามส่วนของน้ำเต้าเขียวเลย นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พลังของฉู่เหยาอ่อนแอจึงได้แต่ค่อยเป็นค่อยไป ไว้ได้จังหวะเมื่อไหร่ แน่นอนว่าจะช่วยฉู่เหยาเพิ่มพลังได้ฝึนจนถึงกลางดึก พวกเขาสองคนจึงแยกย้ายไปนอนแต่เซียงเซียงนั้นยืนกรานว่าจะอยู่ปรนนิบัติ หลินมู่อวี่ทำอะไรไม่ได้ จึงให้นางอยู่ต่อ และให้นางนอนบนเตียงเหมือนเดิม ส่วนตัวเขานอนบนม้านั่งยาว ฝึกมาตลอดทั้งวัน จึงหลับไปอย่างรวดเร็วกำลังนอนหลับสบาย จู่ๆ ด้านนอกก็มีเสียงเคาะประตูรุนแรง “จอมยุทธ์น้อยหลิน แม่นางฉู่ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”“มีอะไรหรือ”หลินมู่อวี่พลิกตัวลุกขึ้น สวมเสื้อคลุมแล้ววิ่งไปที่ประตู พอเปิดประตูกลับเห็นคนที่แต่งตัวเหมือนองครักษ์กำลังหอบหา