าหวันไหนเลยจะสนใจเรื่องพวกนี้ กระบี่สะสมพลังไว้เต็มเปี่ยมและแทงเข้าไปเต็มแรง!“ตูม!”เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นตลบเต็มลานประลอง หลินมู่อวี่ถอยหลังไปสามก้าว กระแทกเข้าใส่อ้อมอกของฉู่เหยาเบาๆ แต่ฮว๋าหวันนั้นแย่กว่ามาก ถูกกระแทกจนแขนชา มองกระบี่ในมือตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ปะ…เป็นไปได้อย่างไรกัน”เขาไม่อยากจะเชื่อ เขาโจมตีด้วยพลังทั้งหมดของตนเองแล้วทำไมยังถูกหลินมู่อวี่รับไว้ได้ หรือมันจะใช้วิชามาร“อาอวี่…” ฉู่เหยามองแผ่นหลังของหลินมู่อวี่อย่างตกตะลึง ตอนนี้นางรู้สึกว่าเงาของชายหนุ่มตรงหน้านั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดที่ปกป้องตัวเองได้แล้วหลินมู่อวี่หันกลับไปยิ้ม “พี่ฉู่เหยา รีบลงไปเถอะ ท่านแพ้แล้ว การประลองต่อจากนี้เป็นของข้ากับฮว๋าหวัน”“อือ” นางเป็นหญิงสาวที่เชื่อฟัง รีบลงจากเวทีอย่างรวดเร็ว ฉู่เฟิงรีบมาตรวจอาการบาดเจ็บของนาง
“องค์หญิงซี ท่านคิดว่าพลังวิญญาณยุทธ์ของเจ้าเมืองน้อยเป็นอย่างไรบ้างขอรับ” ชวีฉู่จิบชาหอมกรุ่นแล้วยิ้มถาม
ถังเสี่ยวซีฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะรู้สึกเบื่อสุดขีด มองไกลออกไปยังลานประลอง “ความแข็งแกร่งของวิญญาณยุทธ์นั้นไม่เลว แค่ค้อนอัสนีอันดับหก แต่ฝึกมาถึงขั้นนี้ได้ก็ไม่เลวเหมือนกัน เพียงแต่เขาลงมืออำมหิตนัก”
ถัดไปด้านข้าง กล้ามเนื้อบนใบหน้าของฮว๋าเทียนกระตุกเล็กน้อย
ถังเสี่ยวซีพูดโดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของท่านเจ้าเมืองผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ฮว๋าเทียนก็เหมือนกับลูกชายขอ