ยนรูปแบบการประลองยุทธ์นั้นง่ายมาก นั่นคือการท้าประลอง!และจะมีเพียงร้านโอสถสิบอันดับแรกเท่านั้นที่มีสิทธิ์ส่งผู้ท้าประลอง ท่านเจ้าเมืองน้อยฮว๋าหวันยกกระบี่เล่มบางขึ้นมา สวมชุดสีขาวยืนอยู่บนเวทีประลอง เขาคือผู้ชนะได้รับป้ายอาญาสิทธิ์เมื่อปีที่แล้ว เป็นตัวเก็งในการประลองครั้งนี้ หน้าตาเขายโสโอหัง มองคนที่อยู่ด้านล่างเวที ฮว๋าหวันยกมุมปากขึ้นแล้วกล่าว “ผู้น้อยฮว๋าหวัน โชคดีที่ได้เป็นผู้ครอบครองป้ายอาญาสิทธิ์สมัยที่แล้ว ข้ายินดีรับคำท้าของนักปรุงโอสถรุ่นเยาว์ทุกท่าน ผู้ที่ชนะข้าได้ ก็จะได้ป้ายอาญาสิทธิ์ในมือข้าไปครอง มีใครต้องการท้าประลองหรือไม่”พอกล่าวจบ เด็กหนุ่มในชุดเขียวคนหนี่งถือกระบี่เหล็กกระโดดขึ้นมาบนเวที เคลื่อนที่พลิ้วไหว ดูแล้วระดับพลังยุทธ์คงไม่น้อย เขาประสานมือคำนับแล้วยิ้มพูด “คุณชายฮว๋า ผู้น้อยต่งหลุนจากร้านโอสถเทียนชิง ขอคุณชายโปรดชี้แนะ!”ฮว๋าหวั่นยิ้มบางๆ “ที่แท้ก็ต่งหลุนนี่เอง เข้ามาเลย!”เขาประสานมือไว้ที่ด้านหลัง นึกไม่ถึงเลยว่าจะนำกระบี่ไปเก็บไว้ที่ด้านหลัง โบกมือซ้ายเบาๆ พลังปราณแผ่ออกมา โล่ปราณสีเงินอยู่ที่ในมือพลิ้วไหวเบาๆ คาดไม่ถึงเลยว่าเขากล้าที่จะไม่ใช้ศาตราวุธรับมือกับคู่ต่อสู้หลัวไคตกตะลึง “เจ้าเมืองน้อยผู้นี้บ้าไปแล้วรึ คู่ต่อสู้คือต่งหลุน ข้าได้ยินมาว่าต่งหลุนอยู่ในขั้นวิญญาณสงครามระดับยี่สิบสี่แล้ว”หวังหยิ่งยิ้มเยาะ “เจ้าไม่เห็นโล่ปราณที่มือซ้ายของฮว๋าหวัน