หรือ เขาสร้างโล่ปราณได้ ซึ่งหมายความว่าเขาทะลวงระดับยี่สิบเก้า เข้าสู่ขอบเขตปฐพีชั้นที่หนึ่งแล้ว ”“อะไรนะ”หลัวไคไม่หยุดพูด “ฮว๋าหวันน่ากลัวชะมัด ในเมืองหยินซานนี้ยังจะมีใครเป็นคู่ต่อสู้เขาได้อีก”บนเวที ต่งหลุนลงมือแล้ว เสียงตะโกนดัง ปรากฏลูกธนูสีทองลอยขึ้นมาบนกระบี่ แล้วพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วตามคำสั่ง หวังหยิ่งร้องขึ้นด้วยความตกใจ “วิญญาณยุทธ์อันดับแปดธนูทะลุเมฆา!”ความเร็วของธนูทะลุเมฆานั้นเร็วมาก แต่ก็ยังไม่เร็วเท่าความเร็วของฮว๋าหวัน ทันใดนั้นโล่ปราณที่มือซ้ายก็ยื่นออกไปรับลูกธนู กระแทกใส่ธนูทะลุเมฆาจนลูกธนูแตกเป็นผุยผง ฝ่ามือของฮว๋าหวันฝึกจนถึงขั้นที่ศาตราวุธทำอะไรไม่ได้แล้ว เขารับกระบี่เหล็กของคู่ต่อสู้ด้วยมือเปล่า เสียง “เคร้ง” ดังขึ้น เกิดเป็นประกายไฟ เขาใช้มือข้างเดียวที่ยื่นออกไป นิ้วชี้และนิ้วกลางหนีบกระบี่ของต่งหลุนไว้ และหักกระบี่ออกเป็นสองท่อนทันที“อ๊าก”หลังจากปะทะกัน พลังของต่งหลุนสู้อีกฝ่ายไม่ได้ เขาถอยกรูด แต่ฮว๋าหวันกลับไม่ยอมหยุดนำกระบี่ที่หักนั้นแทงเข้าที่ไหลของต่งหลุนเลือดสาดกระเซ็น ต่งหลุนถอยไปหลายสิบก้าว คุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น หอบหายใจ “ข้า…ข้ายอมแพ้!”เพียงการปะทะเพียงครั้งเดียว ต่งหลุนก็พ่ายแพ้แล้ว!ความแข็งแกร่งของฮว๋าหวันทุกคนได้ประจักษ์แล้ว ขนาดหวังหยิ่ง หลัวไคและศิษย์คนอื่นๆ ของร้านโอสถไป่หลิงต่างพากันตกตะลึง สำหรับพวกเขาแล้ว ฮว๋าหวันคือยอดฝีมือที่ไม่สามา