รถท้าทายได้ ห้ามไปสบตาเขาเลยด้วยซ้ำฉู่เหยากัดริมฝีปาก ไหล่สั่นน้อยๆ อาจเป็นเพราะความแข็งแกร่งของฮว๋าหวันหรือไม่ก็เพราะฮว๋าหวันอำมหิตเกินไป“พี่ฉู่เหยา ไม่เป็นไรใช่ไหม” หลินมู่อวี่ถามเป็นห่วง“ข้าไม่เป็นไร ฮว๋าหวันลงมือได้โหดเหี้ยมยิ่งนัก”“อืม จริงด้วย…”ผลที่ออกมาคือ ผู้ที่ขึ้นเวทีประลองท้าทายฮว๋าหวันคนต่อๆ ไปพ่ายแพ้หมดทุกคน หนึ่งในนั้นถูกดาบแทงทะลุหัวไหล่ มีคนหนึ่งถูกวิญญาณยุทธ์ค้อนอัสนีของฮว๋าหวันทุบจนขาหัก อย่างไรก็ตามคนที่แพ้ไม่มีใครมีร่างกายครบสามสิบสองลงจากเวทีสักคน เรื่องพวกนี้ทำให้ฮว๋าหวันที่อยู่บนเวทีกระหยิ่มยิ้มย่อง เขาเห็นการประลองชิงป้ายอาญาสิทธิ์เป็นความสุขอย่างหนึ่งของเขาไปแล้วด้านข้าง ทหารรับจ้างที่สวมชุดเกราะขาดกะรุ่งกะริ่งพูดเสียงเย้ยหยันขึ้น “ได้ยินมาว่าสองวันก่อนท่านเจ้าเมืองฮว๋าเทียนจ่ายเงินราคาสูงให้แก่พ่อค้าพเนจรเพื่อซื้อศิลาวิญญาณของสัตว์วิญญาณหมวดสายฟ้าอายุสามพันปีมา ดูท่าท่านเจ้าเมืองน้อยผู้นี้คงจะกลั่นพลังจากศิลาวิญญาณแล้ว ไม่เช่นนั้นจะผ่านขึ้นไปถึงขอบเขตปฐพีชั้นหนึ่งระดับสามสิบสามเร็วแบบนี้ได้อย่างไรกันล่ะ”ตอนที่เขาพูดออกมาว่าระดับสามสิบสาม หลินมู่อวี่เห็นสีหน้าที่ตกใจของฉู่เหยาชัดเจนระดับห่างเกินไป ฉู่เหยาระดับยี่สิบเอ็ด แต่ฮว๋าหวันระดับสามสิบสามแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉู่เหยามาเคาะประตูแต่เช้าตรู่ หลังจากกินข้าวเสร็จ ลูกศิษย์ร้านโอสถไป่หลิงทุกคนไปงานประลองชิง