ป้ายอาญาสิทธิ์ ฉู่เฟิงก็ตามไปด้วย ตั้งแต่ฉู่เหยาผ่านขอบเขตมนุษย์ชั้นที่สองแล้วนั้น เขาก็ฝากความหวังกับหลานสาวคนนี้มาก บางทีฉู่เหยาอาจจะชนะการประลองครั้งนี้ขึ้นมาก็ได้
เมืองหยินซานถูกขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งการปรุงโอสถของจักรวรรดิ เมืองนี้เคยปรากฏเทพโอสถมาแล้วถึงสองคน แต่นั่นก็เป็นเรื่องเมื่อหลายพันปีก่อน แต่ถึงจะเป็นแบบนี้ ชาวเมืองหยินซานยังคงไล่ตามทักษะปรุงโอสถกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พวกคนหนุ่มสาวต่างฝึกการปรุงโอสถอย่างไม่ย่อท้อ แสวงหาความรุ่งเรืองของบรรพบุรุษในอดีตกาลกลับมา
สถานที่ประลองจัดที่ลานประลองของจวนเจ้าเมือง จักรวรรดิมีกฎหมายกำหนดว่า เจ้าเมืองทุกคนมีสิทธิ์ฝึกทหารประจำจวนตามจำนวนที่กำหนดไว้ ยามไม่มีสงครามเหล่าทหารประจำจวนก็ไปจับโจรผู้ร้าย ยามศึกสงครามก็ต้องไปออกรบร่วมกับกองทัพจักรวรรดิ ฮว๋าเทียนเจ้าเมืองเมืองหยินซานฝึกทหารไว้เกือบสองพันนาย ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดที่ฝึกได้ของเมืองเล็กๆ ที่มีประชากรห้าหมื่นคนแล้ว
สนามประลองไม่ได้ใหญ่มาก ขณะนี้คนก็แน่นจนแออัดแล้ว เต็มไปด้วยชาวบ้านที่มาชมการประลอง ส่วนพวกตระกูลสูงศักดิ์ในเมือง ต่างถูกจัดให้นั่งอยู่บนอัฒจันทร์
หลินมู่อวี่มองไกลออกไป ถังเสี่ยวซี ชวีฉู่ต่างก็นั่งอยู่ที่ตำแหน่งเจ้าภาพกับฮว๋าเทียน
รูปแบบการประลองยุทธ์นั้นง่ายมาก นั่นคือการท้าประลอง!
และจะมีเพียงร้านโอสถสิบอันดับแรกเท่านั้นที่มีสิทธิ์ส่งผู้ท้าประลอง ท่านเจ้าเม