จะดำรงชีวิตเฉกเช่นพวกเรา เว้นเสียแต่ยามจำเป็น มิเช่นนั้นแล้วข้าจะไม่ฆ่าสัตว์วิญญาณ เพื่อชิงศิลาวิญญาณไปขายแลกเงิน อีกอย่างเหรียญทองก็เป็นแค่สิ่งของเท่านั้น”
“ท่านี้เรียกว่าหมัดเสียงปีศาจ ใช้ชีพจรของปราณยุทธ์ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของอากาศอย่างรุนแรง ก่อเกิดเป็นคลื่นเสียงที่แหวกอากาศเข้าโจมตีคู่ต่อสู้ หากมีพลังแข็งแกร่งพอ สามารถทำลายอวัยวะภายในของศัตรูได้”
ชวีฉู่หัวเราะด้วยความภาคภูมิใจ “เป็นทักษะยุทธ์ที่ข้าคิดค้นขึ้นเองอีกเช่นกัน เป็นอย่างไร พิฆาตอสนีบาต หมัดเสียงปีศาจ เกราะศิลาเขียว เจ้าจะเรียนวิชาไหน”
“หมัดเสียงปีศาจ!” หลินมู่อวี่ไม่ลังเลเลยสักนิด ท่านี้เจ๋งสุดๆ
ชวีฉู่กลับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้านี่ตามีแววเหมือนกันนะ แต่น่าเสียดายที่เจ้าต้องมีปราณที่แข็งแกร่งถึงจะใช้หมัดเสียงปีศาจได้ เจ้าน่ะ อีกเจ็ดแปดปีอาจจะพอมีหวังก็ได้”
หลินมู่อวี่ตกใจเล็กน้อย “งั้น…ข้าเรียนพิฆาตอสนีบาตก็แล้วกัน ใช้คู่กับกระบี่ของข้า อานุภาพน่าจะทรงพลังไม่เบา”
“ถูกต้อง ข้าเห็นด้วยที่เจ้าจะเรียนพิฆาตอสนีบาต”
ชวีฉู่จึงนั่งขัดสมาธิลงบนโขดหินยักษ์ เริ่มอธิบายหลักการทำงานของพิฆาตอสนีบาต ก่อนอื่นต้องฝึกสมาธิให้ได้ก่อน เพื่อสัมผัสธาตุอสนีในอากาศ หากแม้แต่ธาตุอสนียังสัมผัสไม่ได้ ก็หมดหนทางเรียนวิชานี้แล้ว
หลินมู่อวี่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด นั่งสมาธิแค่ชั่วโมงกว่าก็สัมผัสธาตุอสนีอันเกรี้ยวกราดในอากาศได้แล้ว ธาตุเหล่านี้คล้าย