มีดก็บินวกกลับมา แต่หลินมู่อวี่ไม่ได้ยื่นมือออกไปคว้ามีดนั้น เขายังไม่อยากตาย“ฉึก” มีดบินปักเข้ากลางลำต้นของต้นไม้ด้านข้าง หลังจากที่เขาดึงมีดออกมา ก็ขว้างมันออกไปอีกครา แล้วก็หลบอีกเช่นเคย เขาเฝ้าสังเกตครั้งแล้วครั้งเล่า ปามีดแบบนี้อยู่กว่าชั่วโมงในความมืด เงาของคนผู้หนึ่งเฝ้าสังเกตเด็กหนุ่มอยู่พักใหญ่แล้ว ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “ทำไมเจ้าถึงไม่ลองรับมีดดูสักครั้งเล่า“หลินมู่อวี่หันไปมองแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อ้าว ท่านอาวุโสชวีเองหรือขอรับ…ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากรับมีด แต่ว่าข้าต้องการสังเกตให้มากกว่าก่อน ข้าอยากเข้าใจวิถีโค้งตอนที่มีดวกกลับมาภายใต้องศาและแรงที่ต่างกัน ไม่งั้นมือสองข้างของข้าคงได้พิการแน่”ชวีฉู่อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “เจ้านี่ฉลาดใช้ได้ ข้าไม่ได้มองเจ้าผิดไปจริงๆ มีดบินชุดนี้จะต้องได้แสดงความเก่งกาจของมันออกมาอย่างเต็มที่ด้วยฝีมือของเจ้าเป็นแน่ แต่เจ้าสังเกตนานเกินไปแล้ว ลองรับดูหน่อยเป็นไง เป็นผู้ฝึกยุทธ์ทั้งที ไม่บาดเจ็บสักหน่อยแล้วคิดจะสำเร็จสุดยอดวิชา มันเป็นไปไม่ได้ ”“ขอรับ”แต่ว่านี่ทดสอบพลังสายตาเกินไป โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใต้แสงจันทร์แบบนี้ทว่าหลินมู่อวี่กลับเริ่มจะลองรับมีดอย่างไม่ลังเล เขาปามีดบินออกไปเต็มแรง คำนวณองศาที่มีดจะวกกลับมา ตลอดจนวิถีการหมุนของด้ามมีดและใบมีด เขาต้องจับที่ด้าม ไม่ใช่ใบมีด“ปึก!”จังหวะที่ยื่นมือออกไป แต่ปลายนิ้วยังไม่ทันจับถูกด้ามมีด ก