ึ้นด้วย…”ดวงตาของชวีฉู่แทบจะหลุดออกมาจากเบ้า ศาสตร์ที่เขาได้ร่ำเรียนในโลกแห่งการปรุงโอสถถูกเจ้าเด็กนี่ทำลายลงในพริบตา ตลอดชีวิตของชวีฉู่ ในโลกของการฝึกยุทธ์ เขาเป็นยอดฝีมือ แต่ในโลกแห่งการปรุงยา เขาจัดเป็นมือสมัครเล่น ถึงขนาดที่ว่าหลังจากได้เจอปรมาจารย์ด้านการปรุงโอสถอย่างหลินมู่อวี่ เขาก็ไม่คิดว่าเขาเคยเรียนการปรุงโอสถมาก่อน!
กลางดึก ในที่สุดฝนก็หยุดตก ทั่วทั้งป่าสัตตะดาราตกอยู่ในสภาพดินเลน กลางหุบเขาลึกแบบนี้ไม่มีทางที่จะมีบ้านคนได้ นายพรานเองยังไม่กล้าค้างแรมกลางป่าสัตตะดารา เพราะไม่มีใครอยากจะถูกสัตว์วิญญาณอายุพันปีมากระชากหัวทิ้งตอนกลางคืนหรอก ดังนั้นชวีฉู่ หลินมู่อวี่และถังเสี่ยวซีสามคนจึงได้แต่ค้างคืนกลางขุนเขา
หลังจากพวกเขาเก็บกิ่งไม้แห้งจำนวนหนึ่งกลับมา ถังเสี่ยวซีใช้วิญญาณยุทธ์จิ้งจอกอัคคีก่อกองไฟ แล้วนำซาลาเปามาย่างเป็นอาหารเย็น หลังอาหารเย็น ถังเสี่ยวซีนั่งขัดสมาธิฝึกวิชาใต้แสงไฟจากกองเพลิง เด็กสาวผู้นี้กำลังฝึกวิถีแห่งเปลวไฟ แถมรูปร่างของนางยังเร่าร้อนมากอีกด้วย
หลินมู่อวี่ฝึกไปได้สักครู่ ลมปราณสามารถไหลผ่านชีพจรได้โดยไม่ติดขัด ตำนานปราณพิการถือว่าถูกทำลายลงแล้ว ทว่าความแข็งแกร่งของปราณเขายังไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้เร็วมากนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ หลินมู่อวี่ลุกขึ้นยืน หยิบมีดบินที่ชวีฉู่ให้เขามาออกจากถุง ได้เวลาฝึกขว้างมีดบินนี่แล้ว คันธนูไม่จัดเป็นอาวุธลับ แถมยังไม่สะดวกที่