อดพยักหน้าชื่นชมไม่ได้ “พูดมีเหตุผลยิ่งนัก แต่ว่า…คันธนูยาวนี้ค่อนข้างสะดุดตาและดึงดูดสายตาเกินไป ไม่ใช่อาวุธลับที่แท้จริง หากเจ้าอยากได้อาวุธลับจริงๆ ละก็ ข้าก็มีของขวัญชิ้นหนึ่งที่จะมอบให้เจ้า”
“หืม ของขวัญ?”หลินมู่อวี่อดดีใจเงียบๆ ไม่ได้
ชวีฉู่ล้วงเข้าไปในถุงที่แขวนอยู่ตรงสะโพกม้าแล้วหยิบถุงผ้าเล็กๆ ออกมาโยนให้หลินมู่อวี่ เขารับมาแล้วเปิดดู ด้านในเป็นมีดบินที่ประณีตวิจิตรถึงสี่เล่ม ส่วนโค้งของใบมีดคมเป็นประกายแวววาวราวกับจันทรา แม้ในบรรยากาศที่มืดมิด ก็ยังเห็นคมมีดบินสะท้อนแสงเป็นประกายราวหิมะ
“นี่เป็นอาวุธที่เฟิงอี้เฉิงเหลือทิ้งไว้ เฟิงอี้เฉิงเชี่ยวชาญการใช้มีดบิน สามารถสังหารคนที่อยู่ในระยะไกลกว่าหนึ่งร้อยเมตรได้มีดสี่เล่มนี้จะใช้ขว้างทีละเล่มก็ได้ หรือจะประกอบเข้าด้วยกันเป็นมีดวงเดือนเล่มเดียวก็ได้ แต่การจะฝึกใช้อาวุธลับนี้ให้ชำนาญเจ้าต้องออกแรงไม่น้อย” ชวีฉู่กล่าว
“ขอรับ ขอบคุณผู้อาวุโส” หลินมู่อวี่พูดด้วยรอยยิ้ม
ดวงตากลมโตของถังเสี่ยวซีกะพริบ พูดด้วยรอยยิ้มว่า “เฟิงอี้เฉิง?หรือจะเป็นแม่ทัพผู้โด่งดังที่ปกป้องพรมแดนทางใต้เกือบยี่สิบปีคนนั้น”
“ถูกต้อง คือเขานั่นแหละ น่าเสียดายที่แม่ทัพเฟิงต้องมาตายด้วยเงื้อมมือของศัตรูในสงคราม”ชวีฉู่ตอบด้วยท่าทางเสียใจและกล่าวต่อไป “คนแบบเขาหาได้ยาก เฟิงอี้เฉิงไม่ได้มีสายเลือดของตระกูลสูงศักดิ์ เป็นผู้มากความสามารถ และเป็นหนึ่งในสิบสองแม่ทัพข