ั้น ถ้าถังเสี่ยวซีเป็นลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์ประเภทนั้น เกรงว่าตอนนี้คงเห็นตัวเองเป็นแค่คนรับใช้ไปนานแล้ว คงไม่เต็มใจจะพูดกับตนแม้แต่ประโยคเดียวชวีฉู่ยิ้มน้อยๆ “มันเป็นสัตว์ประหลาดในยุคปฐมกาลตามตำนาน นิสัยตะกละ มีพละกำลังมหาศาล ต่อมาเป็นเพราะกินมากไปจึงขยับตัวไม่ไหว ถูกอ๋องกวางหมิงสังหารในที่สุด ขนของมันถูกนำไปทำเสื้อคลุมของพระราชาด้วย”ถังเสี่ยวซียิ้มแล้วแลบลิ้น ค่อยๆ ทานซาลาเปาของนางต่อทานอาหารเสร็จ ชวีฉู่นำอาหารและน้ำที่ห่อเรียบร้อยใส่ถุงหนังที่ห้อยอยู่ข้างอานม้าของหลินมู่อวี่แล้วพูดว่า “อาศัยตอนที่ฟ้ายังไม่สว่างรีบเดินทางต่อกันเถอะ!”“ผู้อาวุโสชวี ทำไมเราต้องรีบขนาดนี้ด้วยล่ะขอรับ” หลินมู่อวี่อดถามไม่ได้ว่าชวีฉู่ยิ้ม “เพราะวันนี้ยามที่พระอาทิตย์ขึ้น จะเป็นช่วงเวลาที่เจ้าต้องทรมานยังไงเล่า”“ทำไมล่ะขอรับ”“ภายในครึ่งชั่วยามหลังจากพระอาทิตย์ขึ้น ข้าจะต้องปลุกวิญญาณยุทธ์ที่หลับใหลอยู่ในตัวเจ้าขึ้นมาน่ะสิ!” ดวงตาของชวีฉู่เป็นประกาย กล่าวอย่างมั่นใจ “ผู้ฝึกตนถ้าแม้แต่วิญญาณยุทธ์ยังปลุกขึ้นมาไม่ได้ ก็ไม่ต่างอะไรจากเศษสวะ ข้าปลุกวิญญาณยุทธ์ตอนอายุสิบสี่ องค์หญิงซีอายุเก้าขวบก็ปลุกวิญญาณยุทธ์ที่ได้รับสืบทอดกันมาในตระกูลแล้ว”“วิญญาณยุทธ์ที่สืบทอดในตระกูลคืออะไรขอรับ”
“ยามหยิน (ช่วงเวลาระหว่างตีสามถึงตีห้า) แล้ว หลินมู่อวี่ ออกเดินทางกันเถอะ!”
ในความฝัน เสียงเคาะประตูดังสนั่นของชวีฉู่ดังเข้าม