ั้นพวกเราจะกลับเมืองหลวง แล้วพระองค์ก็จะได้พบฝ่าบาทแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม!”
ออกมาจากเมืองมาแล้ว แต่ท้องฟ้าก็ยังไม่สว่าง มีเพียงท้องฟ้าทางตะวันออกเริ่มเป็นสีขาว ชวีฉู่เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น มีร้านซาลาเปาอยู่ในป่านอกเมืองเหมือนที่เขาบอกไว้จริงๆ บริเวณนี้อยู่ใกล้ป่าสัตตะดารา บางทีก็มีสัตว์ร้ายปรากฏตัวขึ้น ดังนั้นร้านซาลาเปานี้เปิดขายอยู่ที่นี่ก็เพื่อบริการอาหารให้แก่พ่อค้าและแขกที่มาพักค้างคืนในโรงเตี๊ยม เวลานี้ฟ้ายังไม่สว่าง พนักงานในร้านก็ยุ่งกับการนึ่งซาลาเปาแล้ว
“น้องชาย ขอซาลาเปาพวกข้าคนละชุด แล้วช่วยเตรียมเสบียงสำหรับสามวันให้สามชุดด้วย” ชวีฉู่พูดอารมณ์ดี
พนักงานในร้านทำงานคล่องแคล่ว ยกซาลาเปามาให้อย่างรวดเร็ว แถมยังเป็นซาลาเปาไส้เนื้ออีกด้วย ครั้งสุดท้ายที่ได้กินเนื้อก็คือเมื่อสามวันก่อน แน่นอนว่าหลินมู่อวี่กัดซาลาเปาคำโต ซัดซาลาเปาเข่งนั้นอย่างรวดเร็วทำเอาองค์หญิงมองตาค้าง “โห มู่มู่ นายเป็นฟู่หนีกลับชาติมาเกิดหรือไง!”
“หา?ฟู่หนีคืออะไรหรือ” หลินมู่อวี่ไม่เข้าใจสิ่งที่นางพูด แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมองค์หญิงน้อยเรียกตนเองว่ามู่มู่ ให้ความรู้สึกแปลกๆ ทีเดียว หลินมู่อวี่ยังสัมผัสได้ถึงความเป็นกันเองจากตัวของถังเสี่ยวซี ไม่ใช่ความหยิ่งยโสแบบเด็กสาวตระกูลสูงศักดิ์แบบนั้น ถ้าถังเสี่ยวซีเป็นลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์ประเภทนั้น เกรงว่าตอนนี้คงเห็นตัวเองเป็นแค่คนรับใช้ไปนานแล้ว คงไม่เต็มใจจะพูดกั