างเหมาะกับเจ้าของเสียจริงๆ
ถังเสี่ยวซีราวกับอ่านใจเขาออก อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ “เจ้าคิดว่าเพลิงพันลี้ของข้าดูอ่อนแอใช่ไหมล่ะ จะลองแข่งกันหน่อยไหม ข้ารับประกันว่าไม่เกินหนึ่งก้านธูปข้าทิ้งห่างเจ้าไม่เห็นฝุ่นแน่นอน!”
หลินมู่อวี่เดาะลิ้น เขาไม่ได้คิดจะท้าทายองค์หญิงผู้นี้ ที่แท้เจ้าม้าตัวเล็กสีแดงเพลิงตัวนี้ก็ชื่อเพลิงพันลี้นี่เอง ชื่อช่างเหมาะกับรูปร่าง แต่จะวิ่งได้วันละพันลี้จริงหรือไม่นั้นก็อีกเรื่อง
ชวีฉู่ที่อยู่ด้านหน้าสุดจูงม้าตัวใหญ่สีดำมา ขาทั้งสี่ของมันถูกตอกเกือกม้าเรียบร้อย แถมที่สะโพกของม้ายังถูกตีสัญลักษณ์รูปดอกจื่อยินด้วย ม้าตัวนี้เป็นม้าศึก!
“ออกจากเมืองหยินซานก่อนฟ้าสาง กระหม่อมได้ยินว่าทางตอนใต้ของเมืองมีร้านซาลาเปาอยู่ เราแวะทานมือเช้าที่นั่นแล้วค่อยเดินทางต่อ” ชวีฉู่เอ่ยขึ้น
“ขอรับ” หลินมู่อวี่ระมัดระวังคำพูด
ถังเสี่ยวซีกลับหัวเราะ “ผู้เฒ่าชวี ยังมีอะไรที่อร่อยกว่าซาลาเปาไส้เนื้อผสมดอกยินของเมืองหลวงด้วยหรือ”
ชวีฉู่หยุดหัวเราะ “องค์หญิงทรงล้อกระหม่อมเล่นแล้ว เนื้อวัวดอกยินของเมืองหลวงจัดว่าสุดยอดแล้ว แม้แต่องค์จักรพรรดิยังทรงมาลิ้มลองด้วยพระองค์เอง แน่นอนว่าไม่มีสิ่งใดมาเทียบได้”
“ก็ใช่น่ะสิ!” ถังเสี่ยวซีเม้มปากแล้วยิ้ม “พอพูดถึงของอร่อยในเมืองหลวง จู่ๆ ข้าก็คิดถึงเสี่ยวยินขึ้นมา”
ชวีฉู่ตอบ “เราจะฝึกกันในป่าสัตตะดาราสามวัน เพื่อให้องค์หญิงบรรลุถึงระดับที่สามสิบ จากน