้มถาม
“เพราะวิญญาณยุทธ์ของเขาคือติ่งอัคคี เป็นวิญญาณยุทธ์ระดับสาม ว่ากันว่าติ่งอัคคี้นี้เคยเอาชนะยอดฝีมือขอบเขตปราชญ์มาแล้วถึงสองคน” หวังหยิ่งพูดไปก็ขำกับท่าทางของหลินมู่อวี่ “อาอวี่ ร่างกายเจ้าปราณพิการ ฝึกวรยุทธ์ไม่ได้ เลิกคิดซะเถอะ ร่างกายเจ้าเป็นแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับเศษสวะ เจ้าอาจจะไม่มีวิญญาณยุทธ์ด้วยซ้ำ”
แววตาเขาฉายความดูถูกออกมา หลินมู่อวี่ไม่ได้สนใจ เด็ดยาของตัวเองต่อ
ในห้องรับแขก
ฉู่เฟิงยิ้มขณะรินชาใส่ถ้วย “ผู้อาวุโสชวี ลองชิมชาชิงลู่ (ชาที่ใช้น้ำค้างที่เก็บยามเช้ามาชง) นี่หน่อย เป็นชาสมุนไพรชนิดหนึ่ง รสชาติสดชื่น ใช้น้ำค้างชงเชียวนะ องค์หญิงซี พระองค์ก็ลองดูหน่อยเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
ถังเสี่ยวซียิ้มแล้วดื่มชาลงไปหนึ่งอึก นางแลบลิ้นออกมา “ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องชาเท่าไหร่ เวลาท่านปู่ชงชาทีเสียเวลาตั้งนาน แต่ชาที่ชงได้กลับทั้งขมทั้งฝาด”
ชวีฉู่อดหัวเราะออกมาไม่ได้ สีหน้ามีความเอ็นดู “หึ นั่นก็เพราะพระองค์ไม่เข้าใจวิธีการดื่มชาที่ถูกต้อง ชาของชางหลันกงใช่ชาที่คนทั่วไปจะมีโอกาสได้ลิ้มลองที่ไหนกัน”
พูดเสร็จ ชวีฉู่ก็จิบชา แล้วอดเอ่ยชมไม่ได้ “ชาดี กลิ่นหอมสดชื่นจริงๆ ด้วย ว่าแต่ เด็กคนนี้…ฉู่เหยาใช่ไหม ไม่อยากเชื่อว่าไม่เจอกันแค่แป๊ปเดียวจะโตขนาดนี้แล้ว ครั้งสุดท้ายที่ข้ามาเมืองหยินซาน เจ้ายังเป็นทารกอยู่เลย!”
ฉู่เหยายิ้มบางๆ “ผู้อาวุโสชวีกับท่านปู่รู้จักกันมายี่สิบปี แน่นอนว่าตอนนั้นข้ายังต