มือนกันนั่นแหละ”ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ ชายในชุดเกราะหนังสีแดงเพลิงมองไปนอกหน้าต่าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ เขาถอดถุงมือวางบนโต๊ะ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ อยู่คนเดียว “พิการงั้นหรือ…หลายพันปีแล้วกระมังที่ไม่มีพวกประหลาดแบบนี้โผล่ออกมา พิการ..ฮ่าๆ ๆ…”ข้างชายคนนั้นมีทหารคนหนึ่งที่กำลังยืนรอพร้อมกับเครื่องแต่งกายชุดใหม่ในมือ “ท่านแม่ทัพนิ่ง งานประลองตำรับโอสถจะเริ่มแล้วขอรับ เชิญท่านเปลี่ยนอาภรณ์ ท่านเจ้าเมืองรอท่านอยู่ที่จวนเจ้าเมืองแล้ว อีกสักครู่ต้องไปต้อนรับผู้แทนพิเศษ”“ตกลง!”งานประลองตำรับโอสถจัดว่าเป็นงานใหญ่ของเมืองหยินซาน งานปีนี้ถึงกับได้รับความสนใจจากเมืองหลวง จักรพรรดิส่งผู้แทนมาที่เมืองด้วยตัวเอง เห็นได้ชัดว่าจักรวรรดิให้ความสำคัญกับการประลองนี้มากเหล่าศิษย์ของร้านโอสถไป่หลิงต่างตื่นเต้นยินดี พวกเขาเตรียมโอสถไว้สำหรับเข้าแข่งขันทั้งหมดสี่ชนิด หนึ่งในนั้นคือโอสถพลังเทวะที่ฉู่เฟิงเป็นผู้ปรุง โอสถผิวศิลาของหลินมู่อวี่ โอสถของฉู่เหยาและหวังหยิ่ง ที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือโอสถพลังเทวะของฉู่เฟิง เนื่องจากเป็นโอสถระดับห้า จึงน่าจะมีโอกาสได้รับเลือกให้เป็นอันดับต้นๆงานประลองตำรับโอสถจัดขึ้นที่ลานกว้างหน้าจวนเจ้าเมือง ตอนที่หลินมู่อวี่ ฉู่เหยาและคนอื่นๆ มาถึง คนจากร้านโอสถอื่นๆ อีกนับร้อยมาถึงกันก่อนแล้ว เช่นเดียวกับประชาชนนับไม่ถ้วนที่มาเยี่ยมชม แม้เมืองหยินซานจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่เพราะงานใ