ื่องจากเป็นโอสถระดับห้า จึงน่าจะมีโอกาสได้รับเลือกให้เป็นอันดับต้นๆ
งานประลองตำรับโอสถจัดขึ้นที่ลานกว้างหน้าจวนเจ้าเมือง ตอนที่หลินมู่อวี่ ฉู่เหยาและคนอื่นๆ มาถึง คนจากร้านโอสถอื่นๆ อีกนับร้อยมาถึงกันก่อนแล้ว เช่นเดียวกับประชาชนนับไม่ถ้วนที่มาเยี่ยมชม แม้เมืองหยินซานจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่เพราะงานในวันนี้จึงคึกคักเป็นพิเศษ
“ข้าได้ยินว่าวันนี้จะมีผู้แทนขององค์จักรพรรดิปรากฏตัว ไม่รู้ว่าเป็นใคร ต้องเป็นขุนนางใหญ่แน่ๆ” ชาวบ้านแสดงความคิดเห็น
“แหงล่ะ ไม่เช่นนั้นจะเป็นตัวแทนองค์จักรพรรดิได้อย่างไรเล่า”
ท่ามกลางสายตาคาดหวังของประชาชน ขบวนทหารก็ค่อยๆ เดินทางมาถึง นำโดยเหล่าทหารม้าในชุดเกราะเต็มยศ ตามด้วยองครักษ์ถือดาบ ปิดท้ายด้วยรถม้าที่ลากด้วยม้าหกตัว ฉู่เหยารู้สึกประหลาดใจทันที “ม้าหกตัวเชียวรึ ตอนที่องค์จักรพรรดิเสร็จ รถม้าของพระองค์ยังใช้ม้าแค่เก้าตัว คราวนี้เป็นใครกันนะ”
หลินมู่อวี่เห็นธงที่ปักอยู่ข้างรถม้ามีอักษรคำว่า “ถัง”อยู่บนธงผืนนั้น
“ถัง?”หวังหยิ่งเองก็ประหลาดใจเช่นกัน “ม้าหกตัว อีกทั้งยังมาจากตระกูลถัง คงไม่ใช่ถังหลัน ชางหลันกงหรอกนะ”
ฉู่เฟิงรีบเอ็ดใส่ทันที “เจ้าอย่าพูดจาซี้ซั้วหวังหยิ่ง นามของชางหลันกงใช่ชื่อเจ้าเรียกได้อย่างนั้นรึ”
หวังหยิ่งก้มหน้างุด “อาจารย์ ข้าขอโทษ…”
ในตอนนี้เอง รถม้าค่อยๆ มาหยุดลงที่หน้าจวนท่านเจ้าเมือง จากนั้นผ้าม่านถูกเปิดออก เด็กสาวในชุดกระโปรงปรากฏขึ้