ฝีมือการปรุงโอสถของข้าตอนนี้ยังอ่านไม่เข้าใจ นำกลับไปให้ท่านปู่เถอะ!”
“ตกลง!”
ฉู่เหยาเปิดตำราที่สภาพยับเยินนี้ออก และเป็นไปอย่างที่คิด นางไม่เข้าใจเนื้อหาที่เขียนไว้เลย แก่นโอสถและตำรับที่ต่างกันออกไปดูล้ำลึก นางสอดตำราเล่มนั้นไว้ที่หน้าอก นำกลับไปให้ปู่ฉู่เฟิงค่อยๆ ศึกษา แต่สำหรับหลินมู่อวี่ในฐานะที่เป็นนักปรุงโอสถระดับสุดยอดปรมาจารย์ ตำรับยาตั้งแต่ขั้นที่หนึ่งไปจนถึงขั้นเทวะเขารู้ดีอยู่แล้ว จึงไม่สนใจตำราเทพโอสถนี้แม้แต่น้อย เขาปรายตามองไปที่ตัวอักษรเหล่านั้น พบว่ามีหลายตัวอักษรเลยที่ไม่รู้จัก รู้สึกว่าตนเองต้องอ่านให้มากเสียแล้ว
ราตรีย่างกรายเข้ามา พวกเขาไม่สามารถเดินทางต่อได้ หลังจากทั้งสองตกลงกัน และตัดสินใจที่จะค้างแรมกันด้านนอกถ้ำ เพราะในรังของพยัคฆ์กระหายเลือดมีซากศพเต็มไปหมด ฉู่เหยากังวลว่าตัวนางคงจะหลับไม่ลง
เดินทางโดยไม่ได้หยุดพักมาตลอดทั้งคืน ในที่สุดตอนนี้ก็มีโอกาสหยุดพักเสียที
ไม่รู้ว่าหลินมู่อวี่ไปได้หมวกเกราะมาจากไหน เขาก่อกองไฟขึ้นที่นอกถ้ำ เติมน้ำจนเต็มหมวกเกราะ และต้มเนื้อพยัคฆ์กระหายเลือดในน้ำที่กำลังเดือด เนื้อของสัตว์วิญญาณอายุสี่พันปีนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้โดยง่าย ดังนั้นจึงต้มให้เนื้อเปื่อยได้ยาก หลังจากสองชั่วโมงผ่านไป กลิ่นของเนื้อที่สุกก็ลอยขึ้นมา ทั้งสองหิวจนหน้ามืดตาลาย แบ่งเนื้อกันกิน จากนั้นผลัดกันดื่มน้ำต้มเนื้อ หลังจากอิ่มแล้ว พวกเขานำฟางแห้งมาปูเป็