เก้า จะได้รับเบี้ยเลี้ยงเดือนละหนึ่งเหรียญทองจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ ถึงมันจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็จัดว่าไม่น้อยเลยทีเดียว ข้าได้หนึ่งเหรียญทองแบบนี้ ท่านปู่จะต้องดีใจมากแน่นอน”เห็นฉู่เหยายิ้มดีใจเป็นเด็กๆ หลินมู่อวี่อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเหมือนกัน จากนั้นจับดาบแล้วมุ่งหน้าไปทางถ้ำพยัคฆ์กระหายเลือด
หลินมู่อวี่มองคันธนูที่สะพายอยู่ รู้สึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ใช้มัน
แต่หลินมู่อวี่ไม่ได้รู้สึกเสียใจ หยิบอาวุธเหล่านี้มาด้วยก็ไม่เลว อย่างน้อยในป่าสัตตะดาราที่เต็มไปด้วยภยันตราย ตนเองจะได้มีอะไรในมือไว้ป้องกันตัวเองบ้าง
ฉู่เหยาเดินเข้าไปด้วยความตื่นเต้น จับมือหลินมู่อวี่ไว้และพูด “อาอวี่ วิญญาณสัตว์เป็นของล้ำค่าสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ เร็วเข้า เจ้ารีบไปดูดซับวิญญาณสัตว์ของพยัคฆ์กระหายเลือดเถอะ นี่ไม่ใช่ของที่จะหากันได้ง่ายๆ นะ ถ้าเจ้าไม่ดูดซับมันภายในเวลาหนึ่งชั่วยาม มันจะสลายหายไป!”
หลินมู่อวี่ตกตะลึง “ดูดซับยังไงหรือ”
“จะ…เจ้ายังไม่ได้ปลุกวิญญาณยุทธ์หรือ” ฉู่เหยาตกใจด้วยเหมือนกัน
“ยังขอรับ…” หลินมู่อวี่เริ่มอึกอัก “วิญญาณยุทธ์…มันคืออะไรเหรอ”
ฉู่เหยาอยากตายให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมถึงได้มีคนแข็งแกร่งที่ทรมานพยัคฆ์กระหายเลือดจนตาย แต่กลับไม่รู้ว่าอะไรคือวิญญาณยุทธ์กันนะ เดิมทีนางนึกว่าหลินมู่อวี่อย่างน้อยก็น่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตมนุษย์ขั้นที่สอง แต่ตอนนี้ดูท่า… คงเป็นแค่คนธรรมดาที่แข็งแรงเท่านั้