น
“อาอวี่ งั้นเจ้าคุ้มกันข้าอยู่ตรงนี้ ข้าจะดูดซับเอง”
“อือ!”
หลินมู่อวี่ถือดาบยืนคุ้มกันอยู่ทางด้านข้าง ฉู่เหยานั่งขัดสมาธิลงที่พื้น หลับตาทั้งสองข้าง พลังปราณห่อหุ้มร่างของนาง วิญญาณสัตว์ที่เกิดขึ้นหลังจากพยัคฆ์กระหายเลือดตายลง ค่อยๆ เคลื่อนไปทางฉู่เหยา และไหลเข้าสู่ร่างของนางทีละนิดๆ แต่ดูเหมือนว่านางจะดูดซับได้เพียงแค่ปริมาณเล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้น สีหน้าของฉู่เหยายังดูทรมานผิดปกติอีกด้วย เหงื่อออกโทรมกาย ไม่นานอาภรณ์ของนางก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“พี่ฉู่เหยา ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม” ตรงข้ามกับฉู่เหยา หลินมู่อวี่เป็นพวกมือใหม่ที่ ไม่รู้อะไรสักอย่างเลยจริงๆ
ฉู่เหยาขมวดคิ้วแน่น ไม่ปริปากพูด
รออยู่เกือบสองชั่วโมง ในที่สุดฉู่เหยาก็พ่นลมหายใจยาวออกมา นางลืมตาขึ้น ดูเหมือนนางเปลี่ยนเป็นคนใหม่ในชั่วพริบตา แม้แต่หลินมู่อวี่ก็มองเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ ยิ้มถาม “พี่ฉู่เหยา ท่านมีอะไร…เพิ่มขึ้นหรือเปล่า”
ฉู่เหยาพยักหน้ายิ้ม “อือ ข้าผ่านขอบเขตมนุษย์ชั้นที่สอง ตอนนี้มาสู่ชั้นที่สามแล้ว!”
เห็นหลินมู่อวี่ทำหน้างง ฉู่เหยาอดขำออกมาไม่ได้ “ระดับของผู้ฝึกยุทธ์ในแผ่นดินนี้ใช้ตัวเลขเป็นตัววัด เมื่อหนึ่งชั่วยามที่แล้ว พลังของข้าอยู่ระดับสิบเก้า ข้าบอกเจ้าตามตรง ข้าติดอยู่ที่ระดับสิบเก้ามาสองปีแล้ว หาโอกาสที่จะเพิ่มระดับไม่ได้เลย แต่ครั้งนี้ ได้วิญญาณของพยัคฆ์กระหายเลือดมาช่วย จึงทะลวงผ่านระดับขึ้นไปได้ จะ