ในตอนนี้เอง เสียงกีบเท้าม้าดังขึ้น บุรุษในชุดยาวสีขาวกระตุ้นม้าตรงมาที่พวกเขา ชุดของบุรุษผู้นี้ปักลวดลายงดงามและมีตราประทับดอกจื่อยินประดับอยู่ แค่เห็นก็รู้ว่ามีชาติตระกูล เขามองหลินมู่อวี่ แล้วมองไปที่ขวดโอสถ และยิ้มเยาะ “ตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่สามารถสกัดแก่นโอสถของต้นเหล็กทมิฬได้อย่างน้อยก็อายุสามสิบห้าปี เด็กนี่พูดจาโอ้อวด มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นพวกต้มตุ๋น ท่านหัวหน้านัยน์ตาเหยี่ยว ท่านจะไปล่าพยัคฆ์กระหายเลือด ยังต้องมีบุคคลสำคัญด้วยไม่ใช่หรือไง ข้าคิดว่าเขาเหมาะสมนัก”
“ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเตือนความจำข้า!”
นัยน์ตาเหยี่ยวหยิบโอสถทั้งสามสิบขวดด้วยแววตากระหายเลือด หลังจากนั้นเขาพูดกับหลินมู่อวี่ว่า “แม้ว่าโอสถของเจ้าจะเป็นเกรดหนึ่งและเกรดสองทั้งคู่แต่ข้าไม่แน่ใจว่ามันจะมีฤทธิ์เหมือนที่ร่ำลือหรือไม่ เอาแบบนี้ก็แล้วกัน เจ้ามากับข้า ถ้าภารกิจของพวกข้าสำเร็จลุล่วง ข้าจะจ่ายให้เจ้ายี่สิบเหรียญทองตามสัญญา เจ้าว่าไง”
“ไปกับเจ้า?ไปไหน”
“ป่าสัตตะดารา ภารกิจครั้งนี้ก็คือการล่าสัตว์วิญญาณอายุสามพันปี พยัคฆ์กระหายเลือด!”
หลินมู่อวี่ไม่รู้ว่าสัตว์ร้ายนั้นมีความน่ากลัวมากเพียงใด แต่ฉู่เหยาถึงกับตะลึงงัน รีบขวางหน้าหลินมู่อวี่ทันทีและพูดว่า “ไม่… อาอวี่ไม่ไปกับเจ้าหรอกย่ะ พวกเจ้าจะไปล่าพยัคฆ์กระหายเลือด พวกเจ้าก็ไปกันเองสิ!”
นัยน์ตาเหยี่ยวแย้มยิ้ม พร้อมเอ่ยว่า “โอ้ แม่นางน้อยคนสวย