ถึงจะกินได้”
“งั้นข้ารอเจ้า!”
ฉู่เหยาดื้อรั้นยืนรออยู่ข้างๆ เป็นเพื่อนหลินมู่อวี่
จนกระทั่งถึงกลางดึก ในที่สุด เปลือกชั้นสุดท้ายของต้นเหล็กทมิฬก็ถูกแยกออกสำเร็จ ลำต้นของต้นเหล็กทมิฬมีรอยร้าวเกิดขึ้น แสงอ่อนจางเปล่งออกมา ถึงแม้หลินมู่อวี่กำลังจะล้มทั้งยืน แต่กลับสูดลมหายใจเข้าเต็มทรวงอกและเพิ่มพลังให้กับฝ่ามือพิสุทธิ์ ในที่สุด ต้นเหล็กทมิฬทั้งต้นก็เริ่มสั่น จากนั้นเหล่าแก่นโอสถเม็ดเล็กจำนวนมากก็ลอยออกมา
“เอ๋?พวกมันจะลอยหนีไปแล้ว ทำไงดีล่ะ” ฉู่เหยามองขึ้นฟ้า ทั้งตื่นเต้นและวิตก
หลินมู่อวี่ยิ้มออกมา “ไม่เป็นไร ไปไหนไม่ได้หรอก”
พูดเสร็จก็เปิดฝาถังน้ำข้างตัวที่ด้านในบรรจุเห็ดหูนางแอ่นอยู่เต็ม ทันทีที่เขาเปิดฝา แก่นโอสถของต้นเหล็กทมิฬที่ลอยอยู่ในห้องนั้นก็เหมือนถูกดูดให้เข้าไปในถัง และแทรกซึมเข้าไปในเห็ดหูนางแอ่นนั้น!
นี่ก็คือความลับในการปรุงโอสถผิวศิลา เห็ดหูนางแอ่นที่ชุ่มน้ำจะสร้างแรงดูดที่มองไม่เห็น และแก่นโอสถของต้นเหล็กทมิฬกับหูนางแอ่นเดิมทีมีแรงดึงดูดกันและกัน หลังจากผสมเข้าด้วยกัน และเกิดการหมักแล้วจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันของโอสถผิวศิลาให้ดีขึ้น
“สำเร็จแล้ว!”
หลินมู่อวี่ยิ้มและเอ่ยว่า “พี่ฉู่เหยา ท่านนำเห็ดหูนางแอ่นพวกนี้ไปบดให้เป็นผง จากนั้นนำไปละลายน้ำ ก็จะได้เป็นโอสถผิวศิลา!”
“ได้!”
ฉู่เหยาตื่นเต้นเป็นที่สุดเบิกบานราวกับตนเองเป็นผู้ปรุงโอสถผิวศิลาได้สำเร็จ