“อาอวี่ เจ้าไม่เคยเรียนฝ่ามือบริสุทธิ์มาก่อนเลยหรือ” ฉู่เฟิงอดไม่ได้จึงเอ่ยถาม
หลินมู่อวี่ยืดแขน “เปล่าฮะ แต่ข้าเข้าใจโครงสร้างของสมุนไพรเป็นอย่างดี บางทีอาจเป็นเพราะเรื่องนี้ก็ได้มั้ง…”
เป็นคำอธิบายที่ไม่ช่วยอะไรเลย แต่อย่างน้อยก็เป็นคำอธิบายล่ะน่า
ฉู่เฟิงมิอาจยับยั้งความปิติในใจ “งั้น…ในเมื่อเจ้าใช้ฝ่ามือบริสุทธิ์เป็นแล้ว…อาเหยา เจ้าก็เริ่มสอนอาอวี่เรื่องตำรายาเถอะ เริ่มสอนการปรุงโอสถระดับหนึ่งกับสองก่อน การประลองตำรับโอสถปีนี้ ร้านโอสถไป่หลิงของเราจะส่งโอสถของเจ้า อาอวี่และหวังหยิ่งเข้าร่วมด้วย”
“อะไรนะ?”
หวังหยิ่งตกใจ “ท่านอาจารย์ โอสถของท่านไม่เข้าร่วมการประลอง แต่กลับให้ศิษย์อย่างพวกเราสามคนเข้าร่วมงั้นหรือขอรับ”
ฉู่เฟิงยิ้มเล็กน้อย “อาจารย์แก่แล้ว ควรจะให้พวกเจ้าได้ฝึกมากหน่อย”
หวังหยิ่งเงียบไม่พูดจา หากแต่หลินมู่อวี่เข้าใจแจ่มแจ้ง ท่านปู่ฉู่เฟิง อยากให้เขาสู้ ดูว่าจะได้อะไรกลับมาให้ร้านโอสถไป่หลิงบ้าง
ไม่นาน ห้องเก็บยาก็เหลือเพียงหลินมู่อวี่และฉู่เหยาสองคนอีกครั้ง
“พี่ฉู่เหยา การประชุมตำรับโอสถสำคัญมากเหรอ” หลินมู่อวี่อดทนอยู่นาน แต่สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวถามขึ้น
ฉู่เหยาพยักหน้า “ใช่แล้ว เมืองหยินซานมีห้างร้านโอสถรวมกันราวหนึ่งร้อยกว่าร้าน ทำหน้าที่จำหน่ายยาให้เมืองที่อยู่รายรอบสองสามเมือง ทว่าเงินสนับสนุนจากทางการกลับมีจำกัด ดังนั้นทางการจึงให้เงินสนับสนุนกับร้านโอสถที่ติดสิบอ