ขณะที่เขากำลังใช้ความคิดอยู่นั้น จู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดเข้ามา ฉู่เหยาเดินเข้ามาพร้อมชามหนึ่งใบในมือ นางยิ้ม “หลินมู่อวี่ ท่านปู่บอกว่าร่างกายของเจ้ายังอ่อนแออยู่ เหมือนถูกดูดพลังออกไปจนเกลี้ยง เลยบอกให้เจ้าทานข้าวต้มนี้ก่อน เพื่อฟื้นคืนกำลัง”
แน่นอนว่าท้องของเขาว่างเปล่า หลินมู่อวี่ยิ้มในทันใดพร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณฉู่เหยามาก!”
ฉู่เหยายิ้มและถามขึ้นว่า “เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว”
“ยี่สิบสาม”
“อ๋อ?”ฉู่เหยายิ้มเจ้าเล่ห์“ข้ายี่สิบสี่แล้ว เจ้าต้องเรียกข้าว่าพี่ฉู่เหยาแล้วล่ะ อย่างน้อยก่อนจะออกจากร้านโอสถไป่หลิง เจ้าจะต้องเรียกข้าแบบนี้”
หลินมู่อวี่แอบปวดหัวเล็กน้อยกับคำพูดของฉู่เหยา แต่ยิ้มตอบนาง “ก็ได้ พี่ฉู่เหยา”
“จะให้ข้าป้อนข้าวต้มเจ้าหรือไม่” ฉู่เหยาก้มตัวลง แล้วยิ้มมองเขา ด้วยการกระทำของนางเช่นนั้นเผยให้เห็นร่องลึกระหว่างเนินกลมโตทั้งสองอย่างชัดเจน หลินมู่อวี่เหมือนถูกไฟช็อตเข้าทันที
“มะ…ไม่ต้อง” หลินมู่อวี่ส่ายหน้าตอบอย่างเคอะเขิน ใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ
ฉู่เหยาวางชามข้าวต้มไว้บนโต๊ะข้างเตียงแล้วเอ่ยว่า “งั้นเจ้าค่อยๆ กินล่ะ ข้าต้องไปคัดสมุนไพรแล้ว”
“อือ ขอบคุณพี่ฉู่เหยา”
หลังกินข้าวต้มชามนั้นแล้ว เขารู้สึกได้ถึงกำลังวังชาที่กลับคืนมา แต่หลินมู่อวี่ก็ยังคงรู้สึกว่าร่างกายของเขาไม่ปกติ เขาลองปล่อยหมัด สภาพร่างกายของเขาตอนนี้ไม่เหลือพลังที่ควรมีไว้เลย ในโลกเดิมนั้น แม้ว่าหลิน