เพียงเดินวกกลับเข้ามาถึงตรอกซอยที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านตนเองนัก ชายหนุ่มก็จำต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง สายตาของเขากวาดผ่านไปในความมืด ในจุดที่เป็นกำแพง
ที่ตรงนั้น
มีชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังก้าวเดินออกมาช้า ๆ
“ช่างเป็นคนหนุ่มที่มีสายตาเฉียบคมเสียจริง ๆ”
ชายชราถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขาเดินตรงมาหาฉู่โม่วและถามด้วยน้ำเสียงสุขุมนุ่มลึก “เธอคือฉู่โม่วใช่หรือเปล่า?”
“ถ้าใช่ มันเลยเป็นเหตุผลที่คุณลุงออกมาขวางทางผมงั้นเหรอครับ?”
ฉู่โม่วพูดพลางขมวดคิ้วมองเขา
“ฉันคือผู้อาวุโสเค่อเหนียน ครั้งนี้ฉันมาที่นี่ตามคำสั่งนายท่าน เช่นนั้นแล้วได้โปรดมาตามการเชื้อเชิญของนายท่านด้วย”
“ผมจำเป็นต้องทำตามที่คุณพูดด้วยเหรอครับ?”
ชายหนุ่มยังคงพูดต่อ “ผมไม่รู้จักนายท่านของลุงหรอกนะ แล้วก็ไม่ได้อยากรู้จักด้วย… เพราะงั้น ได้โปรดกลับไปเถอะครับ อย่ามาขวางทางกันแบบนี้เลย”
คำพูดของฉู่โม่วทำให้สายตาของเค่อเหนียนดูหรี่เล็กลง เผยให้เห็นความจริงจังในแววตาคู่นั้น
“นายท่านของฉันคือ ท่านโจวเฉิง ผู้ซึ่งเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงที่มีความสามารถเหมาะที่จะขึ้นเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ในอนาคตอันใกล้นี้ เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ในฐานลู่หยางแห่งนี้ เขาก็ยังถือเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมาก ๆ คนหนึ่ง เธอไม่คิดจะรักษาหน้าเขาไว้จริง ๆ หรือ?”
ได้ยินเช่นนั้นฉู่โม่วก็ถึงกับตกตะลึงไปเลย
โจวเฉิงกำลังจับตามองเขาอยู่จริง ๆ ด้วย!
ไม่แปลกใจสักเท่าไหร่