ื่นวิญญาณแล้ว ขาดการเชื่อมโยงเหตุและผล ต่อให้ผู้ใดมาก็ไม่มีทางสัมผัสได้ หากเป็นเช่นนั้นแล้วก็คงมีเพียง…’
ครั้นครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ ลวี่หยางก็เผยรอยยิ้มออกมา
เพียงเห็นเขาแบฝ่ามือออก พลันมีแสงวิชาล้ำค่าพวยพุ่งจากกลางฝ่ามือ เบ่งบานกลายเป็นภาพนับหมื่นหมื่นดุจโลกเล็กในกำมือ ทั้งดอกไม้ป่า นก ปลา แมลง และสรรพสัตว์ทั้งหลายผลัดกันปรากฏขึ้น
รากแห่งสรรพสิ่ง
วิชาเทพนี้ เป็นสิ่งที่เขาช่วงชิงมาจากหงยวิ๋น ทว่าด้วยความที่เป็นของภายนอก จึงไม่อาจสับเปลี่ยนไปมาระหว่างครรภ์เซียนกับร่างแท้ได้ตามใจ
ดังนั้นมันจึงคงอยู่กับร่างจำแลงครรภ์เซียนนี้เสมอมา
“เป็นสิ่งนี้หรือ?”
ลวี่หยางทอดสายตามองจงกวง ก่อนหัวเราะแผ่ว“หงยวิ๋น… ดูถูกเขาเกินไปแล้ว เขามิได้ลงมือใด ๆ แก่ข้า แม้แต่ในวิชาเทพนี้ก็หาได้ลงมือไว้ไม่”
ด้วยเหตุนี้ตนจึงไม่รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติแม้แต่น้อย
หากตนคาดการณ์ไม่ผิด หงยวิ๋นคงเพียงทิ้งเคล็ดลับให้หงจวี่ สามารถสัมผัสรากแห่งสรรพสิ่ง… หรือไม่ก็รับรู้ตำแหน่งของธาตุดินเฉินได้เท่านั้น
‘อย่างไรเสีย ในบรรดาธาตุดินเฉินแห่งโลกปัจจุบัน ก็มีเพียงรากแห่งสรรพสิ่งในมือข้าเท่านั้นที่เป็นฝ่ายหยาง ดุจดั่งแสงตะเกียงต้องตาในรัตติกาล ครานั้นข้าอาศัยสายสัมพันธ์ระหว่างรากแห่งสรรพสิ่งกับหงยวิ๋นเพื่อตามร่องรอยจนพบตัวเขา ครานี้เขาก็เพียงใช้กลศึกคืนสนองเท่านั้นเอง!’
นอกเหนือจากนี้ ยังมีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ลวี่หยางแปลกใจ — หงจวี่
จาก