พวกนางจึงปฏิบัติกับหลี่ลั่วราวกับเป็นน้องชายของตัวเอง อีกทั้งหลี่ลั่วยังหน้าตาหล่อเหลา บุคลิกก็ไม่ได้หยิ่งยโสเหมือนคุณชายคนอื่น ถึงแม้ว่าอาจจะซุกซนอยู่บ้างเป็นบางครั้งคราว แต่ก็ยังน่าเอ็นดูอย่างมากอยู่ดี
“เจ้าว่าคุณชายน้อยจะติดสิบอันดับแรกได้หรือเปล่า?” ไช่เวยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หยิบกล้วยขึ้นมาปอกเปลือกอย่างสบายๆ ริมฝีปากสีแดงสดอันเร่าร้อนขยับเล็กน้อย เผยให้เห็นฟันขาวสะอาดที่กัดเนื้อกล้วยอย่างแผ่วเบา
ภาพเช่นนี้ หากมีบุรุษอยู่ที่นี่ด้วย คงต้องรู้สึกหัวใจร้อนรุ่มดุจไฟแผดเผาเป็นแน่
เหยียนหลิงชิงใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ เอ่ยพูดอย่างอดไม่ได้ว่า “เจ้าปีศาจจิ้งจอกนี่ สำรวมหน่อยได้ไหม?”
“ไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยสักหน่อย”
ไช่เวยกล่าวอย่างน้อยใจ จากนั้นนางก็หยิบแตงหอมชิ้นหนึ่งจากจานผลไม้ส่งให้เหยียนหลิงชิง พร้อมกล่าวว่า “เจ้ากินนี่เยอะๆ หน่อย จะได้เสริมขึ้นมาบ้าง”
“เจ้าชักจะได้ใจเกินไปแล้วนะ!”
เหยียนหลิงชิงโกรธแล้ว แค่หุ่นสะบึ้มหน่อยก็คิดว่าเหนือกว่าแล้วหรือ พลันลุกขึ้นไปคร่อมไช่เวยแล้วจี้เอวของนางอย่างแรงทันที
ไช่เวยถูกจั๊กจี้จนดิ้นพล่าน สุดท้ายก็ได้แต่ร้องขอความเมตตา “ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าผิดไปแล้ว”
ท่าทางน่าสง