สารเช่นนี้ ไม่เหลือภาพลักษณ์อันฉลาดหลักแหลมและสุขุมเยือกเย็นของผู้จัดการใหญ่แห่งคฤหาสน์ตามปกติอยู่เลย
เหยียนหลิงชิงแค่นเสียงเย็นชาหนึ่งที จากนั้นจึงยอมกลับไปนั่งที่ของตัวเองพร้อมกล่าวว่า “ระดับพลังอัตลักษณ์ของหลี่ลั่วน่าจะอยู่ที่ระดับเจ็ดตรา หากดูจากความแข็งแกร่งภายนอกแล้ว การที่เขาจะติดอันดับหนึ่งในสิบนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
“แต่หากหลี่ว์ชิงเอ๋อร์จากวิทยาลัยหนานเฟิงสามารถคว้าอันดับหนึ่งมาได้ละก็ ทางวิทยาลัยหนานเฟิงจะได้รับสิทธิ์เพิ่มอีกสิบห้าสิทธิ์ ซึ่งในบรรดาสิทธิ์สิบห้าคนนี้ หลี่ลั่วจะแย่งมาสักหนึ่งสิทธิ์ก็ไม่ยากอยู่แล้ว”
ไช่เวยยิ้มบางๆ กล่าว “แต่ข้ากลับคิดว่า การที่คุณชายน้อยจะติดหนึ่งในสิบกลับไม่ใช่เรื่องยาก”
เหยียนหลิงชิงมองนางด้วยความประหลาดใจ ไม่รู้ว่านางไปเอาความมั่นใจมาจากไหน
“ถึงภายนอกเขาจะดูอ่อนโยนเป็นมิตรและไม่มีมาดคุณชายเลย แต่ลึกๆ แล้วเขาก็เป็นคนหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีอยู่ไม่น้อย อย่างไรเสียเขาก็เป็นบุตรชายของทั้งสองท่านนั้น อีกทั้งยังเป็นคนที่หมั้นหมายกับชิงเอ๋อร์อีก… ด้วยนิสัยของเขา บางทีเขาอาจจะไม่ได้ยึดติดอะไรกับอันดับหนึ่งมากนัก แต่เขาคงไม่ยอมปล่อยให้ผู้อื่นเป็นคน