นซิงไปด้วยเลย”
“พี่ลั่วสุดยอด!”
“…”
เมื่อสวีซานเยว่ที่เดินนำหน้าอยู่ได้ยินการคุยโม้ของทั้งสองอย่างหน้าไม่อาย ก็หน้าบูดอย่างอดไม่ได้ หันกลับมาดุว่า “หุบปากได้แล้ว ถึงแล้ว”
หลี่ลั่วกับจ้าวคั่วรีบหุบปากทันที มองไปยังสวนหย่อมตรงหน้า ตอนนี้มีเงาร่างสิบกว่าคนยืนรออยู่ตรงนั้นก่อนแล้ว ซึ่งก็คือนักศึกษายี่สิบอันดับแรกของวิทยาลัยหนานเฟิงนั่นเอง
ในกลุ่มคนหลี่ลั่วยังเห็นคนรู้จักอย่างหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ ซ่งอวิ๋นเฟิง และตี้ฝ่าฉิงด้วย
ตอนนี้ทุกคนต่างจ้องมองมาทางพวกเขาสองคนด้วยสายตาเย้ยหยัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาได้ยินการคุยโม้ของทั้งสองเมื่อครู่นี้แล้วเหมือนกัน
แต่ถึงจะเผชิญกับสายตาเยาะเย้ย หลี่ลั่วก็ยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่ได้แสดงความรู้สึกกระอักกระอ่วนออกมาแต่อย่างใด ในสถานการณ์เช่นนี้ ขอแค่ตัวเองไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน คนอื่นก็จะเป็นฝ่ายกระอักกระอ่วนไปเอง
ส่วนจ้าวคั่วก็เผยรอยยิ้มซื่อๆ ออกมา รักษาภาพลักษณ์ของคนซื่อตรงพูดจาโผงผางเอาไว้
พวกเขาเพียงมองดูทั้งสองครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ส่ายหน้าแล้วเบือนสายตาไป
ช่างหน้าด้านกันจริงๆ
เจ้าหลี่ลั่วนี่ชักจะเริ่มเหิมเกริมไปหน่อยแล้ว ก่อนหน้านี้ยังแค่อาศัยกฎการประลองบีบให้เสมอกับซ่งอวิ๋น