ลั่วกล่าวด้วยท่าทางเกรงใจเล็กน้อย แต่ตัวเขากลับลุกขึ้นยืนแล้ว ค่อนข้างจริงใจเลยทีเดียว
“อย่างไรเสียก็ยังตกลงกันไม่ได้อยู่แล้ว”
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์กล่าวอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันหลังเดินนำทางไป “แต่เจ้าก็น่าจะรู้นะว่าคุณภาพของแสงวิเศษตะวันฉายของเรือนซงจื่อเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าข้าจะพาเจ้าเข้าไปได้ แต่หากเจ้าอยากให้ลุงสองของข้าเปลี่ยนใจ ก็ขึ้นอยู่กับว่าน้ำยาเขียวครามของเรือนซีหยางพวกเจ้ามีคุณภาพมากพอหรือไม่”
“ข้าหลี่ลั่วทำการอันชอบธรรมมาโดยตลอด ไม่เคยใช้เส้นสายหรือติดสินบน” หลี่ลั่วกล่าวด้วยท่าทางจริงจัง
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์แค่นเสียงเบาๆ ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงด้วย พาทั้งสองคนเดินผ่านทางเดินไปจนถึงห้องรับรองแขกห้องหนึ่ง แต่ทันทีที่ไปถึงก็บังเอิญเจอเข้ากับบุคคลที่คุ้นเคยคนหนึ่งกำลังเดินออกมาพอดี
“ซ่งอวิ๋นเฟิง?” หลี่ลั่วเลิกคิ้วขึ้น คนคนนั้นกลับกลายเป็นซ่งอวิ๋นเฟิง
ซ่งอวิ๋นเฟิงเองก็เห็นหลี่ลั่วเช่นกัน ตอนแรกเขาก็ตกใจไปครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้วแน่นแล้วมองไปที่หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ “ชิงเอ๋อร์ เจ้าพาหลี่ลั่วมาที่นี่ทำไม?”
“หลี่ลั่วนัดหมายกับลุงสองของข้าเอาไว้แล้ว พอเขามาถึงข้าก็เลยพาเขามาที่นี่” หลี่ว์ชิงเอ๋อร์กล่าวอย่างไม่เ